บริการ

 
 

โครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ

 
     
 

สำหรับข้าราชการ กรง.

 
 

ระบบอินทราเน็ต

อีเมล์กระทรวงแรงงาน@mol.go.th

อีเมล์กลางภาครัฐ@mol.mail.go.th

รวมลิงค์ระบบสารสนเทศกระทรวงแรงงาน

 
     
 

ชุมชนคนแรงงาน

 
 
 
     
 

เข้าสู่ระบบ

 
 
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
     

 

Calendar of Events.

 
 
S M T W T F S
 
 
1
 
2
 
3
 
4
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14
 
15
 
16
 
17
 
18
 
19
 
20
 
21
 
22
 
23
 
24
 
25
 
26
 
27
 
28
 
29
 
30
 
31
 
 
 
 
     

ขณะนี้มีผู้ online อยู่ 304
   
     
 

มอบนโยบาย “300” เป็นมาตรการเร่งด่วนพร้อมขึ้นทั่วประเทศไม่เกิน 1 มกราคม 56

 
 
วันที่: 
25/09/2554


            กระทรวงแรงงาน ให้นโยบายวางแนวทางการปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อให้แรงงานมีค่าจ้างตามข้อเท็จ จริงของเศรษฐกิจ ให้ความชัดเจนถึงที่มาการปรับเพิ่ม 40%

 

 

             นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบนโยบายให้ข้าราชการทั้งกระทรวงแรงงานกว่า500คน ให้พร้อมเป็นกำลังขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ  ชูขึ้นค่าจ้างเป็นนโยบายเร่งด่วน ให้ส่วนภูมิภาคเร่งประชุมสร้างความเข้าใจกับทั้งภาคราชการ และ นายจ้าง ลูกจ้าง ให้เห็นประโยชน์ที่ลูกจ้างและภาคเศรษฐกิจจะได้รับจากการขึ้นค่าจ้าง 300 บาท เป็นการสร้างความยุติธรรมในการใช้ชีวิตของลูกจ้างในสภาพที่เป็นจริง ย้ำกระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงต้นน้ำในการบริหารกำกับต้นทุนมนุษย์ของประเทศ 


          ขณะที่ ปลัดกระทรวงแรงงาน (นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์) เพิ่มความชัดเจนว่าแนวทางการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจะปรับเป็น 2 ระยะ ระยะที่1 คือในวันที่ 1 มกราคม 2555 จะเป็นการปรับในอัตรา เพิ่ม 40% จากฐานอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัดในขณะนี้ ซึ่งจะทำให้มีจังหวัด 7 จังหวัดคือภูเก็ต กรุงเทพ และปริมณฑลขยับไปถึง 300 บาทส่วนจังหวัดอื่นๆก็จะลดหลั่นกันไป ในระยะที่ 2 คือภายในปี2555 ที่น่าจะได้ประกาศใช้ ณ 1 มกราคม 2556 หรือก่อนหน้านั้นหากทุกจังหวัดมีความพร้อมโดยขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ300 บาทครบถ้วนในจังหวัดส่วนที่เหลือ

 

          สำหรับอัตราการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในอัตรา 40% ก็เนื่องจากเมื่อมาดูสัดส่วนต้นทุนด้านแรงงานแล้วสูงสุดจะอยู่ที่ราว15%ของการการลงทุนทั้งหมด       ดังนั้นถ้ามาคำนวณในส่วนของต้นทุนด้านแรงงานแล้ว หากต้องปรับขึ้น 40% ต้นทุนของสินค้าก็จะขยับขึ้นราว 6% ขณะที่รัฐบาลมีมาตรการในการปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก30 เป็น 23 % ซึ่งลดลงถึง 7% ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการหากต้องเพิ่มการจ่ายในส่วนการลงทุนด้านค่าแรง ทั้งจะมีส่วนต่างที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก1% สำหรับนายจ้างผู้ประกอบการด้วย