 |
|
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำโดยนายสุชาติ วิสุวรรณ รองประธานอาวุโสฯ – งานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และนายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานฯ – งานแรงงาน และคณะ ร่วมประชุมหารือกับคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน เรื่อง ผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชั้น 6 |
Download Images
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ประชุมหารือผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอเวลาศึกษาสภาพปัญหาที่แท้จริงภายหลังปรับขึ้นอัตราค่าจ้าง 300 บาทในวันที่ 1 เมษายน 2555 เบื้องต้นให้นำมาตรการช่วยเหลือในเรื่องของการลดเงินสมทบ 2% ใน 6 เดือนแรก และ 1% ใน 6 เดือนหลังช่วยผู้ประกอบการ พร้อมเงินกู้ประกันสังคมเสริมสภาพคล่องอีกราว 2 หมื่นล้านบาท
6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 15.30 น. ณ ห้องรับรอง ชั้น 6 กระทรวงแรงงาน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกับคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยว่า ได้เชิญผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มาประชุมเพื่อปรึกษาหารือกันถึงผลกระทบอันอาจเกิดขึ้นภายหลังการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากที่ผ่านมาต้องเข้าไปบริหารจัดการและดูแลแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนในประเทศไทย สำหรับการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำนั้น ทาง ส.อ.ท. ไม่ขัดข้องแต่คาดว่าอาจจะมีปัญหาหรือผลกระทบกับบางสถานประกอบการ อาทิ ผู้ประกอบการ SME จึงจำเป็นต้องมาหาแนวทางและวิธีการแก้ไขร่วมกันเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งจากกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีบางเรื่องทาง ส.อ.ท. ได้เริ่มดำเนินการแล้วโดยการปรับกลยุทธ์ต่างๆ และได้นำมาเสนอในที่ประชุม เช่น การเพิ่มผลิตภาพ แรงงานเพื่อให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นแทนวิธีการเดิมที่เคยให้พนักงานทำ OT วันละ 8 ชั่วโมง ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้วางมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในหลายๆ เรื่อง อาทิ การลดเงินสมทบ 2% ใน 6 เดือนแรก และ 1% ใน 6 เดือนหลัง รวมทั้งกำหนดวงเงินกู้ประกันสังคมเพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการอีกประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท
ต่อปัญหาที่หลายฝ่ายห่วงใยว่าผู้ประกอบการ SME ซึ่งมีจำนวนมากและจะได้รับผลกระทบตรงๆ กับนโยบายนี้ นายเผดิมชัยกล่าวว่า จำเป็นต้องมีขบวนการเข้าไปติดตามหรือเข้าไปพบปะหารือร่วม รับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่อย่างไรก็ดีสถานการณ์ขณะนี้หลายฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในเรื่องของการปรับขึ้นอัตราค่าขั้นต่ำซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา สำหรับมาตรการทางด้านภาษี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME นั้น เนื่องจากฐานในการคำนวณภาษีไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสถานะของการจดทะเบียน ผลประกอบการ จำนวนคน ซึ่ง SME บางแห่งฐานข้อมูลอิงกับจำนวนคนและเครื่องจักร จำเป็นต้องมาดูที่โครงสร้างว่าจะมีผลกระทบอย่างไร และมีวิธีการแก้ไขอย่างไร ขณะนี้ทุกปัญหาเกิดจากการคาดเดา ขอเวลาศึกษาสภาพปัญหาที่แท้จริงก่อนจึงจะให้คณะกรรมการของกระทรวงแรงงานไปหาวิธีการและแนวทางแก้ไข หากมีผลกระทบจะไม่ปล่อยให้ภาคอุตสาหกรรมเสียหาย ต้องช่วยกันคิดและแก้ปัญหา เดินไปทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งภาคแรงงานและภาคอุตสาหกรรม วันนี้ ยังไม่มีสิ่งใดเสียหายต้องรอดูผลภายหลังการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทในวันที่ 1 เมษายน 2555 และทั่วประเทศ ในเดือนมกราคม 2556 ก่อนว่าจะมีปัญหาหรือผลกระทบอย่างไร
นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ รองประธานฯ ส.อ.ท. งานแรงงาน กล่าวภายหลังเข้าพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่คงจะไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ SME เกรงว่าจะได้รับผลกระทบ ซึ่ง รมว.รง. บอกยินดีช่วยเหลือภายหลังปรับขึ้นค่าจ้าง 300 บาทในวันที่ 1 เมษายน 2555 หากผู้ประกอบรายใดได้รับผลกระทบหรือเกิดปัญหาขอให้ส่งรายชื่อเป็นรายบริษัทผ่านมาทาง ส.อ.ท. เพื่อจะได้หามาตรการในการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งรมว.รง.บอกว่าไม่ได้เป็นการเข้าไปตรวจสอบเพื่อจับผิด แต่เป็นการเข้าไปศึกษาในสภาพที่เป็นจริง โดยภาครัฐจะมีมาตรการเข้าไปช่วยทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลัง ซึ่งต่อจากนี้ทาง ส.อ.ท.จำเป็นต้องเข้าไปพูดคุยชี้แจงกับสมาชิกให้มากขึ้น เพื่อให้มีการปรับตัวหากไม่ไหวจริงๆ คงต้องเข้าไปพูดคุยกับทางรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของการยื่นฟ้องศาล ทาง ส.อ.ท. ไม่ได้เป็นผู้ฟ้องเพราะไม่ได้รับความเสียหาย เป็นเรื่องของสมาชิกหรือผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกของ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นเรื่องของสิทธิไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรได้
“แรงงานไทย” ต้นทาง ต้นทุน เศรษฐกิจไทย
กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
วนิดา คล้ายศรี–ข่าว/สมภพ ศีลบุตร-ภาพ