บริการ

 
 

โครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ

 
     
 

สำหรับข้าราชการ กรง.

 
 

ระบบอินทราเน็ต

อีเมล์กระทรวงแรงงาน@mol.go.th

อีเมล์กลางภาครัฐ@mol.mail.go.th

รวมลิงค์ระบบสารสนเทศกระทรวงแรงงาน

 
     
 

ชุมชนคนแรงงาน

 
 
 
     
 

เข้าสู่ระบบ

 
 
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
     

 

Calendar of Events.

 
 
S M T W T F S
 
 
1
 
2
 
3
 
4
 
5
 
6
 
7
 
8
 
9
 
10
 
11
 
12
 
13
 
14
 
15
 
16
 
17
 
18
 
19
 
20
 
21
 
22
 
23
 
24
 
25
 
26
 
27
 
28
 
29
 
30
 
31
 
 
 
 
     

ขณะนี้มีผู้ online อยู่ 313
   
     
 

เปิดศูนย์ยกระดับรายได้ 300 บาท ประมวลทุกข้อมูลเดินหน้าสู่การปฏิบัติ

 
 
วันที่: 
03/10/2554

 

                กระทรวงแรงงาน เปิดศูนย์อำนวยการยกระดับรายได้ 300 บาท เพื่อติดตามและประมวลผลการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300บาทตามนโยบายของรัฐบาลพร้อมสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

 

 

                                                                                     ดาวน์โหลดรูปภาพ

 

       

          นายเผดิมชัย  สะสมทรัพย์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการยกระดับรายได้ 300 บาท ณ อาคารกระทรวงแรงงาน ชั้น 5  ในวันนี้(3 ต.ค.54)ว่า ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูล ประมูลผล  วิเคราะห์และรายงานความคืบหน้าของการดำเนินงานกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศ ตั้งแต่ระดับคณะอนุกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดจนถึงคณะกรรมการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกลางของประเทศ  นอกจากนี้ยังให้คำปรึกษา รับฟังปัญหา และให้ความช่วยเหลือแก่สถานประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมนำมาตรการต่างๆที่รัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายลงไปดำเนินการในพื้นที่ให้แต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยให้สำนักงานแรงงานจังหวัดเป็นศูนย์อำนวยการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่  สำนักงานจัดหางานจังหวัดจะประสานตำแหน่งงานว่างไว้รองรับ สำนักงานสวัสดิการสังคมจะติดตามตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำแก่สถานประกอบการ ส่วนสำนักงานประกันสังคมจะเตรียมมาตรการรองรับให้ความสนับสนุนช่วยเหลือ

 

นายเผดิมชัยฯ กล่าวอีกว่า จากข้อสรุปของการประชุมอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำรายจังหวัดที่ผ่านมา ภาพรวมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายขึ้นค่าจ้าง 40%และ300 บาทในคราวเดียวมีจำนวนถึง 48 จังหวัดอีก  23จังหวัดปรับขึ้นไม่ถึง 40%อยู่ระหว่าง20-35%  ส่วนที่เหลือยังไม่มีการประชุมและยังไม่มีมติ  โดยบุรีรัมย์มีมติให้ขึ้นค่าจ้างสูงสุดถึง 83.7% คือจากเดิม 166 บาทเป็น 300 บาท รองลงมาคือมุกดาหารมีมติให้ขึ้น 81.8%คือจากเดิม 165เป็น300 บาท  สำหรับจังหวัดชัยภูมิ  ปราจีนบุรี  หนองบัวลำภูและพัทลุงมีมติ ให้ขึ้นมากกว่า 40%

 

สำหรับในส่วนของมาตรการการช่วยเหลือจากรัฐบาลนั้น  กระทรวงการคลังได้ให้การยกเว้นภาษีจากการขายเครื่องจักรเก่า สนับสนุนแหล่งเงินทุน และลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือร้อยละ 23 ส่วนกระทรวงแรงงานจะจัดอบรมให้กับแรงงานใหม่ 60,000 คนและแรงงานในสถานประกอบการอีก2.4 แสนคน  โดยนายจ้างสามารถนำค่าใช้จ่ายจากส่วนนี้ไปหักลดหย่อนภาษีตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ได้ถึง 200 %  ซึ่งมาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาลสอดคล้องกับข้อเสนอแนะและความต้องการของสถานประกอบการทั้งสิ้นโดยนอกจากนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปตามความต้องการของแต่ละพื้นที่  ทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการสำรวจผลกระทบในรายจังหวัด เพื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์และนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป