เตือนแรงงานไทยกลับจากลิเบีย ยื่นคำร้องขอเรียกคืนค่าบริการคืนภายใน 30 วัน กรณีไม่ได้ทำงานตามสัญญาจ้าง

        

          กระทรวงแรงงาน เตือนแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากลิเบีย ให้ยื่นคำร้องเรียกคืนค่าบริการที่ได้จ่ายให้บริษัทจัดหางาน กรณีที่เดินทางไปแล้วไม่ได้งานตามที่สัญญากำหนดจากบริษัทจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดภายใน 30 วัน นายโชคชัย ศรีทอง ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในลิเบีย กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้มีการติดตามสถานการณ์ในลิเบียอย่างต่อเนื่อง สำหรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้ ขณะนี้ได้มีการขอรับเงินช่วยเหลือจำนวน 15,000 บาท จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศไปบางส่วนแล้วในจังหวัดต่างๆ ส่วนกรณีที่แรงงานไทย ที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบีย ได้ร้องเรียนผ่านกรมการจัดหางานว่า บริษัทจัดหางานที่จัดส่ง ไม่จ่ายเงินค่าบริการจัดส่งคืน ซึ่งเป็นเรื่องที่บริษัทจะต้องรับผิดชอบหากเกิดเหตุฉุกเฉินจนคนงานไม่สามารถทำงานครบสัญญาจ้างสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยดังกล่าวได้กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ เพื่อขอเรียกคืนค่าบริการที่ได้จ่ายให้บริษัทจัดหางาน ตามมาตรา 46 วรรคแรก กรณีที่เดินทางไปแล้วไม่ได้งานตามที่สัญญากำหนด โดยในกรณีของลิเบียนั้น ถือว่าไม่ได้งานตามที่กำหนดในสัญญาจ้าง ดังนั้นแรงงานมีสิทธิเรียกค่าบริการจัดส่งคืนจากบริษัทจัดหางานที่เป็นผู้จัดส่งโดยต้องมายื่นคำร้องที่กรมการจัดหางานหรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด ภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับจากวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยซึ่งนายทะเบียนจัดหางานจะเป็นผู้พิจารณาให้บริษัทจัดหางานจ่ายค่าบริการ จัดส่งคืนโดยจะออกหนังสือคำสั่งให้จ่ายเงิน หากบริษัทไม่จ่ายเงินคืนภายในวันเวลาที่กำหนด กรมการจัดหางานจะออกหนังสือคำสั่งหักเงินประกันของบริษัทจัดหางานที่ได้วางไว้จำนวน 5 ล้านบาท นำมาจ่ายคืนให้กับแรงงาน และหากเงินหลักประกันไม่พอชดใช้ให้คนงานได้ทั้งหมด ยังสามารถยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานให้สั่งชดใช้ความเสียหายให้กับคนงานได้ปัญหาสงครามในลิเบียเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายคาดไม่ได้ว่าจะขยายผลมาจนขนาดนี้และเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามให้กรมการจัดหางานจะได้ดำเนินการเพื่อให้แรงงานได้รับการดูแลและคุ้มครองตามกฎหมายอีกทั้งจะได้ประสานไปยังสำนักบริหารแรงงานไทยในต่างประเทศ เพื่อติดตามเรื่องค่าจ้างค้างจ่ายและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่แรงงานไทย นายโชคชัยฯ กล่าวท้ายที่สุด