ส่งมือปราบ มาทำงาน "ต้านค้ามนุษย์"

 

ส่งมือปราบ มาทำงาน "ต้านค้ามนุษย์"

 

            นับว่า "ถูกฝาถูกตัว" เป็นอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลส่งระดับ "ขุนศึก - อดีตมือปราบ" มาทำงาน ‘ต้านค้ามนุษย์’
            ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ผู้มากุมบังเหียน "กระทรวงแรงงาน" หน่วยงานที่ดูแลคนวัยทำงานกว่า 40 ล้านคน
             และทันทีที่เข้ามารับงาน รัฐมนตรีแรงงาน ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ก็ย้ำชัด ๆ นโยบายเน้นหนักลำดับต้น ๆ คือ ขจัดปัญหาค้ามนุษย์ – สร้างความเข้าใจนานาชาติ ว่ารัฐบาลไทยเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้
            สำหรับเหตุผลที่ "รัฐบาล" ต้องเอาจริงเอาจังกับปัญหานี้ สาเหตุสำคัญก็เนื่องมาจากสถานการณ์ ‘ค้ามนุษย์’ นั้น เกี่ยวพันกับความเติบโตทาง "เศรษฐกิจ" ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
            เพราะประเทศที่นานาชาติไม่ไว้วางใจว่ามีปัญหาค้ามนุษย์ ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการถูก "กีดกัน" ทางการค้า
            และ "ประเทศไทย" ก็ถูกสหรัฐอเมริกาจัดอันดับเป็น Tier 2 Watch List หรือเป็นประเทศที่ถูกจับตามองเนื่องจากยังมีความพยายามไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์มาเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว
            สุ่มเสี่ยงที่จะตกไปเป็นอันดับสุดท้าย คือ Tier 3 และสุ่มเสี่ยงที่จะถูกกีดกันสินค้าจากไทยเป็นอย่างยิ่ง ถ้ายังแสดงให้เห็นไม่ได้ว่าเรามีความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องนี้เพียงใด
            เพราะฉะนั้นจะแก้ Tier 2 Watch List ได้ รัฐบาลไทยจึงต้องแสดงท่าทีที่จริงจังเข้มแข็งว่า "ต้านการค้ามนุษย์"
            และการได้อดีตมือปราบเช่น รัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งแสดงความมุ่งมั่นว่าจะแก้ปัญหานี้เป็นลำดับแรกจึง "ถูกที่ – ถูกเวลา" เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ "ตำรวจ" และสามารถดึงมาช่วยงาน "ต้านค้ามนุษย์" ได้เป็นอย่างดี
           โดยเบื้องต้นรัฐมนตรีเฉลิม ระบุว่า จะต้องเชิญนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาช่วยวางระบบการบริหารจัดการ เอาวิชาการตำรวจมาช่วยด้วยอีกแรง พร้อมมอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงแรงงานไปเอาตัวเลขมาว่ามีสถานประกอบการจำนวนเท่าใดที่ยังใช้แรงงานผิดกฎหมาย และที่ทำถูกต้องมีจำนวนกี่แห่ง ตัวเลขต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนถูกต้องแล้วมีจำนวนเท่าใด ไม่ถูกต้องมีเท่าใด และให้ศึกษามาด้วยว่าตรงไหนที่ทำให้ติดขัดไม่มาขึ้นทะเบียน พร้อมให้ศึกษามาว่าเรื่องครอบครัวคนต่างด้าวจะมีมาตรการอย่างไร เป็นอาทิ
            ส่วนมือขวาที่ ร.ต.อ. เฉลิม วางตัวให้มาทำงานเรื่องนี้ร่วมกับทางกระทรวงแรงงานและทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ  พล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
             ทั้งนี้เมื่อมาดูปัญหาที่ผ่านมา จะพบว่าสาแหตุที่เรายังถูกจัดเป็น Tier 2 Watch List ส่วนหนึ่งก็เกิดจากความเข้าใจผิดในประเด็น "การใช้แรงงานต่างด้าว" โดยเฉพาะการใช้ต่างด้าวใน "กิจการประมง" และ "ตัดเย็บเสื้อผ้า" ที่ทางสหรัฐฯรายงานว่ามีการเอาเปรียบแรงงาน
             ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง จึงกำหนดสถานที่ "สมุทรสาคร" จังหวัดที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวมากที่สุดเป็นจังหวัดแรกที่จะลงพื้นที่ไปดูในวันที่ 11 ก.ค. 56
            โดยการจ้างต่างด้าวของสมุทรสาครส่วนใหญ่ก็จะใช้ในกิจการเรือประมงและกิจการต่อเนื่องจากประมงเสียเป็นส่วนมาก ดังนั้นคำตอบที่ได้จากสมุทรสาครก็จะช่วยตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ใน "กิจการประมง" เป็นสำคัญ
             ส่วนในกิจการ "ตัดเย็บเสื้อผ้า" ซึ่งมักกระจายอยู่ตามห้องแถวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศนั้น ร.ต.อ. เฉลิม กำชับให้ไประบุจุดที่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบแรงงานมาให้ชัดว่าอยู่ตรงจุดใด จะได้เข้าไปแก้ได้ตรงจุดต่อไป
             ประเด็น "การค้ามนุษย์" นี้ รัฐมนตรีเฉลิม เผยว่า ภาคธุรกิจเขาก็ให้ความสนใจและยินดีให้ความร่วมมือ เพราะเกี่ยวพันกับการค้าขายของเขาโดยตรง พร้อมมอบให้ไปเรียกประชุมผู้ประกอบกิจการทั่วประเทศมารับฟังความคิดเห็น และระดมสมองช่วยกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาความเข้าใจผิดในประเด็นนี้ร่วมกัน
             ขีดเส้นใต้สั้น ๆ ขอให้ช่วยนัดหารือด่วน ภายใน 2 สัปดาห์
             ประเด็น "การค้ามนุษย์" นั้น เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง
             การได้ "มือเก๋า" ด้านความมั่นคง มาทำงาน "ต้านค้ามนุษย์" จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะหลุดจาก Tier 2 Watch List ในสมัยนี้ได้หรือไม่... โปรดติดตาม !!

 

 

 จากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

วันที่: 
15 กรกฎาคม 2013 - 05 สิงหาคม 2013