ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ก.แรงงาน เดินหน้า สร้างความเข้าใจปัญหาค้ามนุษย์สื่อไทยและสื่อนอก ‘มุ่งมั่น’นำเข้าต่างด้าวตามระบบ ย้ำ ดูแลคุ้มครองตามหลักสากลและสิทธิมนุษยชน

           

              รองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทยและสื่อต่างประเทศ เดินหน้า สร้างความเข้าใจนานาชาติต่อการแก้ไขสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทย เผย ก.แรงงาน‘มุ่งมั่น’นำเข้าแรงงานต่างด้าวตามระบบกฎหมาย ย้ำ ดูแลคุ้มครองตามหลักสากลและสิทธิมนุษยชน 

 

 

           หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในโอกาสร่วมแถลงข่าวประเด็นสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทย ต่อสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ร่วมกับผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแช่เยือกแข็งไทย ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ ว่า กระทรวงแรงงานได้มีภารกิจในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านการคุ้มครอง ซึ่งแบ่งการดำเนินการเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเป็นแรงงานเด็กที่มีอายุระหว่าง 15 -18 ปี และส่วนที่สองเป็นการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานบังคับและแรงงานขัดหนี้ ภายใต้ รายงาน Tip Report กระทรวงแรงงานจะรับผิดชอบในเรื่องการคุ้มครอง โดยร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ กองทัพเรือ ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมประมง เพื่อวางแผนในการตรวจแรงงาน ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องตระหนักในเรื่อง 3D ได้แก่ งานที่ยาก สกปรก และอันตราย เพราะงานเหล่านี้โดยปกติแล้วคนไทยจะไม่ทำ ซึ่งต้องอาศัยแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานด้วยความสมัครใจ ปัจจุบันกระทรวงแรงงานได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ ในการนำเข้าแรงงานต่างด้าวแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนอยู่ที่ 4 แสนคน อย่างไรก็ตามเป็นความจำเป็นต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศที่ต้องการแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย 2.2 ล้านคน และรอการพิสูจน์สัญชาติอีกหลายหมื่นคน ทั้งนี้แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการจดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เหมือนกับแรงงานไทยทุกประการทั้งด้านประกันสังคม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ 
           รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจะเน้นการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและที่เกี่ยวเนื่อง โดยนำร่องจัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงใน 7 จังหวัด จากทั้งหมด 22 จังหวัดชายฝั่งทะเล โดยศูนย์ดังกล่าวมีหน้าที่ในการบริหารจัดการแรงงานประมง ทั้งการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยเป็นลักษณะการแยกศูนย์บริการให้ต่างหากจากแรงงานต่างด้าวประเภทอื่น โดยการทำงานจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า การจดทะเบียนเรือ การคุ้มครองแรงงาน การอบรมให้ความรู้และให้ความช่วยเหลือเยียวยา โดยใช้ล่ามในการสื่อสารกับแรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้เน้นการตรวจคุ้มครองแรงงาน ทั้งแรงงานประมงและที่เกี่ยวเนื่อง โดยในปีนี้ได้ดำเนินการตรวจไปแล้วกว่า 4 หมื่นคน นอกจากนี้ยังมีการตรวจแบบบูรณาการจากความร่วมมือของหลาย
หน่วยงาน ทั้งนี้หากการตรวจพบว่าผิดกฎหมายจริง กระทรวงแรงงานก็จะให้การดูแลให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ส่วนการตรวจจะเน้นเกี่ยวกับค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ ซึ่งในปัจจุบันก็ต้องไม่ต่ำกว่า 300 บาททั่วประเทศ ซึ่งบางพื้นที่ก็อาจเกินกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
         กระทรวงแรงงานมุ่งมั่นให้แรงงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้การดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายที่จะดูแลแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยคำนึงถึงหลักมาตรฐานสากลและหลักสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ที่มีข่าวลือว่าจะมีการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวเพื่อผลักดันออกนอกประเทศนั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าไม่มีนโยบายในการกวาดล้าง จับกุมแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยแต่อย่างใด เพราะการนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะมีการดำเนินการตามขั้นตอน เบื้องต้นกระทรวงแรงงานได้มีหนังสือแจ้งไปยังสถานประกอบการทุกจังหวัดแล้ว เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งนี้หากสถานประกอบการใดมีการอพยพของแรงงานต่างด้าวและเกิดการขาดแคลนแรงงาน ให้แจ้งความประสงค์แรงงานต่างด้าวเข้ามาเพื่อกระทรวงแรงงานจะสามารถนำแรงงานกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตามระบบ MOU ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
---------------------------------------------------------------------
กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ – ข่าว/
อรรถพล ปวัตน์รัตนภูมิ – ภาพ/
16 มิถุนายน 2557
 
วันที่: 
16 มิถุนายน 2014