พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ก.แรงงาน น้อมนำศาสตร์พระราชา แก้หนี้นอกระบบผู้ใช้แรงงาน

วันที่: 
03 เมษายน 2017

            กระทรวงแรงงาน น้อมนำศาสตร์พระราชา ส่งเสริมจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบผู้ใช้แรงงาน ตั้งเป้าปี ๖๐ จัดตั้ง ๓๐ แห่ง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของแรงงาน

 

 

 

            พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในงาน ‘น้อมนำศาสตร์พระราชาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และงานมหกรรมส่งเสริมจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ’ กล่าวเปิดงานว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระอัจฉริยภาพในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของการพัฒนา แม้ว่าพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ศาสตร์พระราชา รวมทั้งแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้พระราชทานไว้ให้แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตจะยังคงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป และตลอดระยะเวลา ๒ ปีเศษที่ผ่านมา รัฐบาลได้น้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อที่จะพัฒนาประเทศให้ก้าวพ้นจากกับดักความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความไม่สมดุลของการพัฒนา สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ และการสร้างหลักประกันความมั่นคงในชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างความเข้มแข็งจากภายใน อันเป็นหนึ่งในหลักการทำงานตามศาสตร์พระราชา

            ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องแรงงาน ก็ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศระยะ ๒๐ ปี โดยมุ่งส่งเสริมศักยภาพแรงงานให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า มีผลิตภาพสูง ควบคู่ไปกับการดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ นอกจากจะเป็นการสร้างสวัสดิการให้กับคนทำงานและองค์กรแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างวินัยการออม การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และความไม่ประมาทต่อการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นผลลัพธ์ตามมาอีกมากมาย อาทิ ความร่วมมือร่วมใจระหว่างผู้บริหารสถานประกอบกิจการและลูกจ้าง การใช้หลักประชาธิปไตย และหลักธรรมาภิบาล เพื่อการบริหารจัดการสหกรณ์ให้เกิดมีความยั่งยืน ตลอดจนการมีสัจจะและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรักความผูกพันของคนในองค์กรอันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพในการทำงาน ตอบแทนไปสู่สถานประกอบกิจการ ในนามของกระทรวงแรงงาน ต้องขอขอบคุณสถานประกอบกิจการที่ได้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการแล้ว และขอเชิญชวนทุกท่านที่มาจากภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจได้น้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และร่วมผลักดันให้เกิดการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในองค์กรของตนให้เป็นผลสำเร็จ เพื่อจะได้สร้างความเข้มแข็งไปด้วยกัน และให้ทุกคนมีโอกาสรับประโยชน์จากสิ่งที่ร่วมกันสร้างขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ก้าวไปอย่างมีความยั่งยืน เคียงบ่าเคียงไหล่ และเติบโตไปด้วยกัน

            “สิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างการรับรู้ และความร่วมมือกันแบบประชารัฐให้มีความเข้มแข็งในการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ โดยปีนี้ตั้งเป้าส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ ๓๐ แห่ง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้อีกทางหนึ่ง” พลเอก ศิริชัยฯ กล่าวท้ายที่สุด

#########################

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

๓ เมษายน ๒๕๖๐

กัณติภณ คูสมิทธิ์ ข่าว

สมภพ ศีลบุตร ภาพ