เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ พบหารืออธิบดีสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากรอิสราเอล

วันที่ 30 พย 2560 นางสาวเพ็ญประภา วงษ์โกวิท เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้พบหารือกับ Professor Shlomo Bar Yosef อธิบดีสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและประชากร กระทรวงมหาดไทยอิสราเอล (PIBA) ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูต โดยมีอัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายแรงงาน)และที่ปรึกษา(ฝ่ายแรงงาน) เข้าร่วมการหารือด้วย

เอกอัครราชทูตได้ขอบคุณประเทศอิสราเอลที่เปิดโอกาสให้แรงงานไทยเข้ามาทำงานเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี สามารถส่งเงินกลับประเทศไทยเพื่อจุนเจือครอบครัว ได้เรียนรู้ทั้งเทคโนโลยีและเพิ่มประสบการณืทำงานภาคเกษตรด้วยเทคโนโลยีทางการเกษตรชั้นสูงของอิสราเอล เป็นประโยชน์อย่างมากในการกลับไปเริ่มต้นการเป็นผู้ประกอบการ Start up หรือเป็น Smart farmer ในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ ได้ขอขอบคุณในความร่วมมือของฝ่าย PIBA ในการดูแลและคุ้มครองแรงงานไทยร่วมกับฝ่ายแรงงานฯ มาโดยตลอด และขอฝากให้ทางอิสราเอลพิจารณาหาแนวทางในการคุ้มครองแรงงานไทยให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วนตามกฎหมายต่อไป 

อธิบดี Yosef ได้กล่าวว่าแรงงานไทยเป็นสิ่งจำเป็นต่อภาคเกษตรของอิสราเอลเป็นอย่างยิ่ง และ PIBA จะพยายามหาแนวทางและรูปแบบการคุ้มครองใหม่ๆ มาบังคับใช้กับนายจ้างอิสราเอลที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการคุ้มครองอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ อธิบดี PIBA ได้กล่าวถึงประเด็นการจัดตั้งกองทุน Deposit Fund ที่จะบังคับให้นายจ้างอิสราเอลต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือน เพื่อที่จะนำมาจ่ายให้แก่แรงงานที่ครบกำหนดสัญญาจ้างและจะเดินทางกลับประเทศ เป็นการแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงไม่จ่ายเงินชดเชยเมื่อสิ้นสุดสัญญญาจ้างตามกฎหมายให้แก่แรงงานไทย โดยอธิบดี PIBA กล่าวว่ากำลังพิจารณาดำเนินการการจัดตั้งกองทุนฯ ดังกล่าวเข้ารวมกับการจ่ายสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ ของแรงงานไว้ในกองทุนเดียวกัน และจะเร่งนำเข้าสภา Knesset เพื่อให้ความเห็นชอบโดยเร็ว

ท้ายที่สุด เอกอัครราชทูต ได้แจ้งต่ออธิบดี PIBA ถึงการประชุมประจำปีระหว่างกรมการจัดหางานและ PIBA ที่รอบการประชุมในปี 2561 จะเป็นรอบการจัดการประชุมที่ประเทศไทย ซึ่งทางอธิบดี PIBA รับทราบและเสนอว่าควรจัดในช่วงเวลาเดียวกันกับของปี 2560