ต่างด้าว เฮ! ครม.ไฟเขียวกลับบ้านช่วงสงกรานต์ เห็นชอบร่าง กม.คุ้มครองแรงงานประมงฯ

วันที่: 
27 มีนาคม 2018

            “โฆษก ก.แรงงาน”เผย มติ ครม. 27 มี.ค.61 เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ผ่อนผันให้แรงงานเดินทางกลับประเทศต้นทางร่วมงานประเพณีสงกรานต์ 5 เม.ย.- 30 เม.ย.61 และกลับเข้ามาทำงานช่วงดังกล่าว ผ่อนผันต่างด้าวที่ยังไม่พิสูจน์สัญชาติแต่ได้ยื่นเรื่องขอจัดทำทะเบียนประวัติกับกรมการจัดหางาน ภายใน 31 มี.ค. 61 ให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึง 30 มิ.ย. 61 รวมทั้งยังอนุมัติให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนผ่านบัญชีธนาคารแก่ลูกจ้างประมงทะเลฯ มีผลหลังกฎกระทรวงประกาศใช้ 45 วัน
            วันนี้ (27 มี.ค.61) นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบประเด็นที่กระทรวงแรงงานเสนอจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1) ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล และผู้ประสานงานด้านภาษา สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. - 30 เม.ย. 61 และกลับเข้ามาในประเทศไทยช่วงดังกล่าวได้ 2) ครม.เห็นชอบให้ปรับเพิ่มระยะเวลาดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการตรวจลงตราประทับตราให้อยู่ในราชอาณาจักร ขอใบอนุญาตทำงาน และทำการปรับปรุงประวัติให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา โดยผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ แต่ได้ยื่นเรื่องขอจัดทำทะเบียนประวัติกับกรมการจัดหางาน (กกจ.) ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มี.ค. 61 ให้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.61
          นางเพชรรัตน์ฯ กล่าวต่อว่า ครม.ยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล โดยสาระสำคัญของร่างดังกล่าว กำหนดให้มีการจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างเป็นรายเดือน ซึ่งลูกจ้างแรงงานประมงจะได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันตามที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศกำหนดไว้ โดยจ่ายเป็นรายเดือน ผ่านบัญชีธนาคารของลูกจ้าง และนายจ้างต้องออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงินเข้าบัญชีลูกจ้างเพื่อให้มีการตรวจสอบได้ และกำหนดให้นายจ้างที่ทำการประมงนอกน่านน้ำ จัดให้มีอุปกรณ์สื่อสารให้ลูกจ้างแรงงานประมงติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลภายในครอบครัวได้ในระหว่างที่ออกทะเล ทั้งนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปส่วนการจ่ายค่าจ้างฯ ผ่านบัญชีธนาคาร โดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารลูกจ้างนั้น จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 45 วัน ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

-------------------------------

กลุ่มงานโฆษกและการข่าว/
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์/
ชนินทร เพ็ชรทับ - ข่าว/
27 มีนาคม 2561