ก.แรงงาน พัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานธุรกิจท่องเที่ยวพื้นที่อันดามัน

วันที่: 
09 สิงหาคม 2018

            กระทรวงแรงงาน จัดสัมมนาทิศทางการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่อันดามันในยุค ๔.๐ พัฒนาฝีมือแรงงานสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รองรับการขยายตัวระบบเศรษฐกิจในอนาคต

 

            วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๑ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนาทิศทางการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่อันดามันในยุค ๔.๐ ณ ห้องประชุมไวส์เฮ้าส์ โรงแรมโบ๊ทลากูน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยกล่าวว่า สืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายในการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๐ อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอันดับ ๑ ของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุด และตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง) พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๖๔ ประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งภาคบริการ การท่องเที่ยว แรงงานก่อสร้าง และอุตสาหกรรมประมง ประกอบกับปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตกำลังดำเนินการเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล เรือสำราญ และการกีฬา มีท่าเทียบเรือ จำนวน ๓๘ แห่ง มีท่าเทียบเรือสำราญ จำนวน ๕ แห่ง มีเรือยอร์ช และเรือครูซมาใช้บริการประมาณ ๑,๕๐๐ ลำต่อปี โดยมีความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมกันพัฒนาศักยภาพแรงงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าว

            การสัมมนาในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสที่ดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันระดมความเห็น เตรียมความพร้อมในการพัฒนาฝีมือแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการตามทิศทางการพัฒนาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ และวางแผนแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทุกปี เพื่อนำไปสู่การพัฒนาฝีมือแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการปฏิบัติงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รองรับต่อการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในอนาคต จึงขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากำลังแรงงานในธุรกิจท่าเทียบเรือต่างๆ ให้มีทักษะฝีมือทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน พลตำรวจเอก อดุลย์ฯ กล่าวท้ายที่สุด

            ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ จำนวน ๓๐๐ คน โดยมีการบรรยายทิศทางการพัฒนาฝีมือแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและการเตรียมความพร้อมในการให้บริการในอนาคต และยุทธศาสตร์ในการพัฒนาที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงการเสวนาการพัฒนากำลังคนและการเตรียมความพร้อมในธุรกิจท่องเที่ยว

----------------------------------

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

๙ สิงหาคม ๒๕๖๑

กัณติภณ คูสมิทธิ์ ข่าว ภาพ