ขอเชิญชวนประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

‘หม่อมเต่า’ ห่วงแรงงานไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติงานในไต้หวัน สั่งทูตแรงงานประสานการช่วยเหลือให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามขั้นตอน

วันที่: 
03 ธันวาคม 2019

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงแรงงานไทยที่เสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ขณะปฏิบัติงานที่ท่าเรือนิวไทเป ในประเทศไต้หวัน สั่งทูตแรงงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานการช่วยเหลือให้ทายาทและแรงงานไดรับสิทธิประโยชน์ตามขั้นตอนของกฎหมาย

          เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีแรงงานไทยเสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย จากอุบัติเหตุผลัดตกลงไปในทะเลขณะทำการย้ายก้อนปูนขนาดใหญ่ไปยังสถานีรับและเก็บแก๊สนอกชายฝั่งที่ท่าเรือนิวไทเป ประเทศไต้หวัน ว่า กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยถึงความปลอดภัยของแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ ในกรณีดังกล่าวได้สั่งการให้ทูตแรงงานตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งประสานการช่วยเหลือกับนายจ้างและบริษัทจัดหางานให้ทายาทและแรงงานได้รับสิทธิประโยชน์ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจากรายงานของสำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ไทเป พบว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา เวลา 16.40 น. แรงงานไทยของบริษัท PAN ASIA ประสบอุบัติเหตุที่ไซต์งานก่อสร้างสถานีรับและเก็บแก๊สที่ท่าเรือนิวไทเป ของบริษัทฯ ขณะทำงานย้ายก้อนปูนขนาดใหญ่ไปยังสถานีรับและเก็บแก๊สนอกชายฝั่ง แต่เกิดอุบัติเหตุแรงงานที่อยู่บนก้อนปูนพลัดตกลงในทะเล 7 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานไทย 6 คน และ 1 คน เป็นแรงงานชาวไต้หวัน โดยมีแรงงานไทยเสียชีวิต 3 คน คือ 1) นายพิพัฒน์ แสนโครต อายุ 54 ปี เป็นชาวจังหวัดอุดรธานี 2) นายวรศักดิ์ ดัดคิด อายุ 41 มาจากจังหวัดสุโขทัย และ 3) นายชโย หงษาวงษ์ อายุ 54 ปี เป็นชาวจังหวัดนครพนม และผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน คือ 1) นายตำเรียง ทองมีสี อายุ 42 ปี เป็นชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสยังไม่พ้นขีดอันตราย ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Mackey Memorial Hospital สาขาตั้นสุ่ย 2) นายเอกสิทธิ์ สลีวงศ์ อายุ 26 ปี เป็นชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก หลังรับการรักษาแล้วอาการดีขึ้นและกลับไปยังหอพักแล้ว 3) นายมีชัย ย่าตรา อายุ 43 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

         ม.ร.ว.จัตุมงคลฯ กล่าวต่อว่า การให้ความช่วยเหลือล่าสุดสำนักงานแรงงานไทเป ได้ดำเนินการกำชับกับนายจ้างและบริษัทจัดหางานเพื่อดำเนินการในเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ป่วยและทายาทให้ดีที่สุดและได้แนะนำให้นิมนต์พระไทยไปทำพิธีหน้าไซต์งานเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่แรงงานไทยในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ทายาทและแรงงานไทยจะได้รับ ประกอบด้วย กรณีเสียชีวิต ทายาทมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตจากกองทุนประกันภัยแรงงาน โดยกรณีที่แรงงานไทยเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ครั้งแรก ก่อนปี 2552 จะได้รับเงินทดแทน 40 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน และค่าทำศพอีก 5 เท่าของค่าจ้างที่แจ้งเอาประกัน แต่หากเข้าเป็นสมาชิกหลัง 1 ม.ค.2552 ทายาทจะได้รับเงินทดแทนเป็นรายเดือน โดยต้องยื่นขอเป็นรายปี กรณีของแรงงานไทยทั้ง 3 คน ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ นอกจากจะได้รับเงินทดแทนและค่าทำศพแล้ว จะได้รับเงินสงเคราะห์จากกองทุนฯ ประมาณ 100,000 เหรียญไต้หวัน และเงิดชดเชยจากนายจ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรับผิดชอบของนายจ้าง โดยสำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยในการทำงาน กระทรวงแรงงานเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ กรณีบาดเจ็บ หากแพทย์วินิจฉัยว่าทุพพลภาพ แรงงานมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนประกันภัยแรงงาน ตามระดับความทุพพลภาพ

 

++++++++++++++++++++

 

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ 

ชนินทร  เพ็ชรทับ - ข่าว

3 ธันวาคม 2562