พนักงาน/ลูกจ้าง

 
 
 
     
 

บริการ

 
 

ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

โครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ

เว็บไซต์บริการประชาชน

ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

ผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล

เว็บไซต์สมาคมแม่บ้านแรงงาน

กฎกระทรวงเพื่อคนพิการ

ตลาดงานกรมจัด

หนังสือพิมพ์รายวัน

วารสารแรงงาน

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

ศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงาน

บริการอิเล็กทรอนิกส์

ดาวน์โหลด

ร้องเรียน/ร้องทุกข์

วิจัยด้านแรงงาน

ระบบเตือนภัยด้านแรงงาน

แบบสอบถาม

เว็บไซต์แนะนำ

ถาม-ตอบ

FAQ

หน่วยงานในสังกัด

หน่วยงานในสังกัด

 
     
  ชุมชนคนแรงงาน  
 

เว็บบล๊อกebookคำถามที่พบบ่อยเว็บท่าความรู้

facebookประชาสัมพันธ์กระทรวงแรงงาน twitter กระทรวงแรงงาน YouTube กระทรวงแรงงาน

 
     
 

สำหรับข้าราชการ กรง.

 
 

GESsurvey

ระบบอินทราเน็ต

อีเมล์กระทรวงแรงงาน@mol.go.th

อีเมล์กลางภาครัฐ@mol.mail.go.th

รวมลิงค์ระบบสารสนเทศกระทรวงแรงงาน

แบบสำรวจความคิดเห็นและความพึงพอใจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล

 
     
 

เข้าสู่ระบบ

 
 
 
 
     

ปฏิทินกิจกรรม

   
     
 

รับงานไปทำที่บ้าน

 
 

 

 

การรับงานไปทำที่บ้าน

          การจ้างงานด้วยวิธีการให้รับงานไปทำที่บ้าน เป็นการจ้างงานนอกระบบที่มีมานานมีลักษณะเป็นงานหัตถกรรมครัวเรือน หรืองานที่ไม่ใช้เทคโนโลยี ซับซ้อนในการผลิต มีการตัดขั้นตอนบางขั้นตอน หรือชิ้นส่วนของงานบางชิ้นไปทำการผลิตหรือผลิตทั้งหมด 

          ในอดีตการรับงานไปทำที่บ้านเป็นเพียงอาชีพเสริม แต่ในปัจจุบันการรับงานไปทำที่บ้านได้กลายมาเป็นอาชีพหลักของครอบครัว

          ในปัจจุบันการรับงานไปทำที่บ้านที่อยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศทั้งในเขตเมืองและชนบท มีลักษณะการทำงานเป็นระบบมากขึ้น จำนวนผู้รับงานก็มี การขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะภายหลังที่เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจเมื่อกลางปี 2540 ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตหลายประเภทจำเป็นต้องปรับโครง สร้างการผลิตใหม่ โดยการปรับลดขนาดกิจการลง ส่งผลให้มีสถานประกอบการขนาดเล็กเพิ่มขึ้น และพบว่าสถานประกอบการขนาดเล็กจะมีการรับช่วง การผลิตมาทำเป็นทอดๆ มีการกระจายการผลิตสู่การใช้แรงงานตามหมู่บ้านหรือชุมชนต่างๆ ซึ่งนำไปสู่ "ระบบการรับงานไปทำที่บ้าน" ที่โตขึ้น

ความหมายของการรับงานไปทำที่บ้าน

          งานที่รับไปทำที่บ้าน หมายความว่า งานที่ลูกจ้างรับจากนายจ้างไปผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อมหรือแปรรูปสิ่งของในบ้านของลูกจ้าง หรือสถานที่อื่น ที่มิใช่สถานประกอบกิจการของนายจ้างตามที่ได้ตกลงกันเพื่อรับค่าจ้าง โดยใช้วัตถุดิบหรืออุปกรณ์ในการผลิตของนายจ้างทั้งหมดหรือบางส่วน และโดยปกติ การทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของนายจ้าง

 

ลักษณะและประเภทของการรับงานไปทำที่บ้าน

          ลักษณะของการรับงานไปทำที่บ้าน เป็นงานที่ไม่ใช้เทคโนโลยีซับซ้อนในการผลิต มีการตัดขั้นตอนบางขั้นตอน หรือชิ้นส่วนของงานบางชิ้นไปทำการ ผลิตหรือผลิตทั้งหมด ลักษณะงานที่ส่งให้ทำเป็นงานที่สามารถเรียนรู้ได้ง่าย เป็นงานที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มักใช้แรงงานคนทำการผลิตมากกว่าใช้ เครื่องจักร สำหรับประเภทของการรับงานไปทำที่บ้าน มีทั้งประเภทงานที่ผลิตหรือประกอบขึ้นเพื่อใช้ภายในประเทศ หรือเพื่อการส่งออก เช่น การทำกระเป๋า รองเท้า เข็มขัด ซองโทรศัพท์มือถือ ประกอบไฟแช็ค วิกผม ตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ดอกไม้ประดิษฐ์ เจียระไนพลอย แหวน และประกอบเครื่อง อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นต้น

 

การส่งเสริมและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน

          เพื่อให้การส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้านเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน กว้างขวางและครอบคลุมทุก จังหวัด กรมการจัดหางานจึงได้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้านขึ้น ณ สำนักจัดหางานกรุงเทพ ทุกแห่ง และสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อ ทำหน้าที่ในการพิจารณาจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่ม ผู้ รับงานไปทำที่บ้าน ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านต่อผู้รับงานไปทำที่บ้านและ กลุ่ม ผู้รับงานไปทำที่บ้าน ส่งเสริมและพัฒนาการรวมกลุ่มเพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงาน และพัฒนาทักษะ ฝีมือของผู้รับงานไปทำที่บ้าน

 

การจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน

          การจดทะเบียนกลุ่ม เป็นการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้านประการหนึ่งที่เสริมสร้างการรวมกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านให้เข้มแข็ง สร้างความมั่นคง ในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อประโยชน์ในการรับงานไปทำที่บ้าน และสะดวกต่อการส่งเสริมพัฒนาความรู้ ทักษะ ฝีมือของผู้รับงานไปทำ ที่บ้าน โดยให้ผู้นำกลุ่มยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักจัดหางานกรุงเทพในพื้นที่ ที่กลุ่มตั้งอยู่ ซึ่งกลุ่มต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

          1. มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 10 คน 

          2. สมาชิกต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี บริบูรณ์ 

          3. มีผู้นำกลุ่ม

          4. มีวัตถุประสงค์ของกลุ่มที่ชัดเจน

 

หลักฐานที่ใช้ในการจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่ม

          1. สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกทุกคน

          2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของสมาชิกทุกคน

 

 

 

 

 

 
     
Back to top