ขึ้นบัญชีดำร้านออร่าสปาในดูไบหลอกลวงแรงงานไทย |
||
|
เมื่อ วันที่ 5 กันยายน 2552 สนร.ริยาด ได้รับแจ้งประสานจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ว่าได้รับการร้องทุกข์จากแรงงานไทยจำนวน 10 คนว่าถูกนายจ้างร้าน Aura Spa หลอกลวงไปทำงานโดยใช้วีซ่าเยี่ยมเยียน(Visit visa) โดยนายจ้างแจ้งว่าจะเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานให้ในภายหลัง แต่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาของวีซ่าเยี่ยมเยียนแล้ว นายจ้างก็ยังไม่ยอมดำเนินการเปลี่ยนวีซ่าให้เป็นวีซ่าทำงาน ทำให้คนงานต้องถูกส่งกลับและเสียสิทธิในการกลับเข้าไปทำงานในประเทศสหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) อีก สถานกงสุลใหญ่ ได้ช่วยเหลือเจรจากับนายจ้าง ให้ดำเนินการตามกฎหมายแล้วแต่นายจ้างไม่ยอมดำเนินการ จึงได้นำแรงงานไทยทั้ง 10 คนเข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองดูไบขอให้เจรจากับนายจ้างให้ จ่ายค่าปรับแก่คนงานและส่งคนงานกลับประเทศไทย แต่นายจ้างก็ยังปฏิเสธที่จะจ่ายเงินค่าปรับให้แก่คนงาน ทำให้คนงานทั้งหมดจะต้องถูกปรับคนละ 300 ดีแรมห์(2,700 บาท)ต่อวันรวมเป็นเงินคนละประมาณ 13,000-20,000 ดีแรมห์(117,000-180,000 บาท) เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่จึงเจรจาขอให้เจ้าหน้าที่ผ่อนผันค่าปรับให้แก่แรง งานไทยเนื่องจากเป็นกรณีที่นายจ้างหลอกลวงคนงานมาทำงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดูไบได้ตกลงยกเว้นค่าปรับให้แก่คนงาน แต่คนงานจะต้องถูกสแกนม่านตาเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศยูเออีตลอดไป แรงงานไทยจำนวน 9 คนได้ยินยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว และมี 1 รายที่ยอมเสียค่าปรับจำนวนมากเอง เพื่อแลกกับการไม่ต้องถูกห้ามกลับไปทำงานที่ยูเออีอีก สถานกงสุลใหญ่เห็นว่า การกระทำของนายจ้างร้านออร่าสปารายนี้เข้าข่ายหลอกลวงแรงงาน โดยก่อนหน้านี้ก็เคยมีแรงงานไทยของบริษัทฯรวม 11 คนประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน จึงขึ้นบัญชีดำไม่อนุญาตให้นายจ้างร้าน Aura Spa จ้างแรงงานไทยอีกต่อไป สนร.ริยาด จึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์มาให้แรงงานไทยที่ต้องการจะเดินทางไปทำงานพนักงานนวด ที่เมืองดูไบได้ทราบถึงพฤติการณ์ของนายจ้างรายนี้ เพื่อจะได้ระมัดระวังตัวไม่เป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงไปทำงานอย่างผิด กฎหมายในเมืองดูไบ และขอให้ตรวจสอบกับกระทรวงแรงงาน กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขอให้ตรวจสอบนายจ้างก่อนการเดินทางไปทำงานด้วย ที่มา : สนร.ริยาด |
||
![]() |





