วันที่ 25 ตุลาคม 2561 พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อมอบนโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงาน ประจำปีงบประมาณ 2562 แก่หัวหน้าส่วนราชการในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน 1 ได้แก่ จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดเลย จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดบึงกาฬ ณ ห้องประชุมสำนักงานประกันสังคม จังหวัดหนองคาย
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานของกระทรวงแรงงานต้องมีเอกภาพ โดยนโยบายเน้นหนักของกระทรวงแรงงานในปี 2562 ประกอบด้วย นโยบายเร่งด่วน (Agenda Based) 13 ข้อ ได้แก่
1.ยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงงานมีคุณภาพ
2.พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานตามมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติเพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC
3.ส่งเสริมการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุและส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ
4.ส่งเสริมให้แรงงานไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศตามกระบวนการเดินทางไปอย่างถูกต้อง
5.ป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานไทยถูกหลอกลวงและลักลอบไปทำงานต่างประเทศ
6.บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวตาม MOU ตรวจสอบและเร่งรัดการทำงานของแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย
7.แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานเชิงระบบ
8.ส่งเสริมการจ้างงานยุวแรงงาน ส่งเสริมการมีงานทำและพัฒนาทักษะฝีมือผู้ต้องขัง
9.เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
10.เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย
11.ขับเคลื่อน Safety Thailand
12.พัฒนาและปรับปรุงสิทธิประโยชน์การประกันสังคมและการเข้าสู่ ILO ฉบับที่ 102
13.ขยายการบูรณาการภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมคุ้มครองและพัฒนาแรงงานนอกระบบ
พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า นโยบายระดับพื้นที่ (Area Based) 4 ข้อ ได้แก่ 1)แรงงานจังหวัดเป็นตัวแทนของกระทรวงในภูมิภาคในการขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่อย่างเป็นเอกภาพ 2)แรงงานจังหวัดเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และภาคีเครือข่าย 3)แรงงานจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในการจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan)ในลักษณะแผนเดียว (One Plan) 4)แรงงานจังหวัดเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลแรงงานระดับจังหวัด (Provincial Big Data) และเชื่อมโยงสู่ศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ (NLIC) และนโยบายบริหารการพัฒนา (Administration Based) ได้แก่ 1)ยกระดับกระทรวงแรงงานให้เป็นหน่วยงานที่มีมาตรฐานระดับสากล ปรับปรุงโครงสร้างให้สอดรับทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต 2)พัฒนาบุคลากรให้มีขีดสมรรถนะสูง มีบุคลิกภาพที่ดี และมีภาวะผู้นำ 3)ขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงาน (ศปก.รง.) ศปก.ระดับกรม และระดับพื้นที่ 4)ยกระดับศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ (NLIC) ให้เป็นศูนย์กลางการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) 5)เร่งรัดทบทวน และปรับปรุงการออกกฎหมายชั้นพระราชบัญญัติและกฎหมายลำดับรองเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงาน 6)จัดสวัสดิการสำหรับบุคลากรของกระทรวงแรงงานเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน 7)ให้มีคณะทำงานเพื่อศึกษา วิจัยหรือวางแผนอนาคตในการพัฒนาแรงงาน
สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดหนองคายปัจจุบันมีกำลังแรงงาน 215,227 คน มีผู้มีงานทำ 211,127 คน อัตราการว่างงานร้อยละ 0.30 มีผู้ประกันตน มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 รวมทั้งสิ้น 42,894 คน มีสถานประกอบการ 1,520 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาด 1-9 คน จำนวน 1,168 แห่ง มีแรงงานต่างด้าว 1,841 คน
จังหวัดหนองคายมีกำลังแรงงานส่วนใหญ่ทำงานในภาคเกษตรกรรม ส่วนกำลังแรงงานที่ทำงานนอกภาคเกษตร 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.กิจการ ขายส่งและขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์และจักรยานยนต์ 2.การก่อสร้าง 3.การบริหารราชการ การป้องกันประเทศและการประกันสังคมภาคบังคับ 4.ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร และ5.การผลิต
ในการนี้นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังนโยบายเน้นหนัก 3A ของพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานด้วย









