วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมการแถลงข่าวเปิดตัวระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถนนโยธี โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้แทนกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงกลาโหม และกรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการกำลังในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และเตรียมพร้อมฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานพร้อมนำศักยภาพของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและเครือข่ายช่างฝีมือ เข้าร่วมตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์และยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และให้ผู้ได้รับผลกระทบกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
ปัจจุบันกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดตั้งหน่วยบริการ “ซ่อม สร้าง สุข” ครอบคลุม 30 จังหวัด รวม 79 จุด แบ่งเป็นจุดบริการ ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน 28 จุด และจุดที่ตั้งเพิ่มเติม 51 จุด โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีจุดบริการรวม 24 จุด ขณะที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ารับบริการแล้ว 3,247 คน ซ่อมรถจักรยานยนต์ 1,628 คัน เครื่องใช้ไฟฟ้า 745 รายการ และระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 2 รายการ
“หลังน้ำลด สิ่งสำคัญคือการเร่งให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้ กระทรวงแรงงานพร้อมระดมทีมช่างและเครือข่ายของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เข้าตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ รวมถึงยานพาหนะที่ได้รับความเสียหาย โดยจะบูรณาการกับทุกฝ่าย เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็วและตรงกับความต้องการของประชาชน” นายจุลพันธ์ กล่าว
สำหรับระบบ “Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” เป็นช่องทางเชื่อมโยงประชาชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือ พร้อมแนบภาพและตำแหน่ง ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อดำเนินการและติดตามสถานะจนเสร็จสิ้น ช่วยให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นไปอย่างเป็นระบบและรวดเร็วยิ่งขึ้น










