Skip to main content

ก.แรงงาน เผย มาตรการช่วยเหลือแรงงานเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทยจากภาวะภัยสงครามในตะวันออกกลาง

รายละเอียดเนื้อหา

          วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวร่วมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเด็นมาตรการช่วยเหลือแรงงานเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมการแถลงข่าวด้วย ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
.
          นายสันติ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านแรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง จำนวนประมาณ 67,043 คน มีแรงงานแจ้งความประสงค์ผ่านทางสถานเอกอัครราชทูตเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย จำนวน 941 คน ขณะนี้ได้เดินทางกลับมาแล้ว 1 คน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับจากประเทศอิหร่าน จำนวน 41 คน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางกลับในวันที่ 10 มีนาคมนี้ และจากซาอุดิอาระเบีย จำนวน 205 คน และจากประเทศอิสราเอล จำนวน 23 คน ซึ่งทั้งสองแห่งยังไม่ทราบกำหนดการเดินทางกลับ

          นายสันติ กล่าวต่อว่า เมื่อแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภาวะภัยสงครามในตะวันออกกลางเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานกลุ่มที่เดินทางกลับมา ดังนี้
1) ดูแลอำนวยความสะดวกและรับแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ โดยการ สแกน QR Code
กระทรวงแรงงาน ได้จัดทำคิวอาร์โค้ดเพื่อให้แรงงานที่ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว ลงทะเบียนกรอกข้อมูลแจ้งความประสงค์ อาทิเช่น ต้องการหางานทำในประเทศ กลับไปทำงานในต่างประเทศหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย หรือต้องการฝึกทักษะอาชีพ ฝึกภาษาต่างประเทศ อื่น ๆ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะได้ให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการตามความประสงค์ของแรงงานไทยต่อไป
2) สิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
กรณีที่ประเทศที่แรงงานทำงานอยู่ประกาศภาวะสงคราม สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ ดังนี้
• กรณีเดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม จะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวนรายละ 15,000 บาท
• กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวน 30,000 บาท
• กรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินสงเคราะห์ จำนวน 40,000 บาท
• กรณีจัดการศพในต่างประเทศ ทายาทจะได้รับค่าจัดการศพตามค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงไม่เกิน รายละ 40,000 บาท
โดยสามารถติดต่อขอรับสิทธิประโยชน์ได้ที่ กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ
3) ลงพื้นที่ดูแลอำนวยความสะดวก แจ้งข้อมูลข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
กระทรวงแรงงาน ยังได้มอบหมายให้ แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แรงงานไทยในการอัพเดทและดาวน์โหลด Application SMART TOEA และเปิดพิกัดตำแหน่งที่อยู่ เพื่อกระทรวงแรงงานสามารถติดต่อสื่อสารและทราบพิกัดตำแหน่งได้ เพื่อจะได้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากมีเหตุฉุกเฉิน
.
          นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ แรงงานจังหวัดพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน อาสาสมัครแรงงาน และบัณฑิตแรงงานในแต่ละจังหวัดที่แรงงานเดินทางกลับมา ลงพื้นที่พบปะแรงงานไทย ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อาทิ จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงาน
ในต่างประเทศ แจ้งสิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคมกรณีเคยเป็นผู้ประกันตน และประสานข้อมูล
เพื่อติดตามค่าจ้างค้างจ่ายจากนายจ้าง เงินภาษี เงินชดเชยจากต่างประเทศ เป็นต้น
.
          นายสันติ กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทรวงแรงงานมีสำนักงานแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ รัฐอิสราเอล สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทย

……………………………………….

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

TOP