วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสมาพันธรัฐสวิส นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และได้เข้าร่วมกิจกรรมอาหารกลางวันและการหารืออย่างเป็นทางการ (Working lunch) ณ อาคารสหประชาชาติ (UNOG – Palais) ในห้วงการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 114 (International Labour Conference: ILC) ณ ร้านอาหาร Restaurant des Délégués ชั้น 8 UNOG (United Nations Office at Geneva) Palais des Nations นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส
สำหรับการหารือในช่วงอาหารกลางวันครั้งนี้ มีประเทศเบลเยียมเป็นเจ้าภาพ ภายใต้หัวข้อ “Opportunities of AI in the world of work to accelerate social progress” (โอกาสของปัญญาประดิษฐ์ในโลกแห่งการทำงานเพื่อเร่งรัดความก้าวหน้าทางสังคม) โดยมีผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจากประเทศแคนาดา ผู้แทนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สมาพันธ์สหภาพแรงงานสากล (ITUC) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
นายจุลพันธ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และท่าทีของประเทศไทยต่อการเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในตลาดแรงงาน โดยเน้นย้ำถึงนโยบายและวิสัยทัศน์ระดับชาติของรัฐบาลไทยภายใต้หลักการ “AI สำหรับทุกคน” (AI for All) รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการ “จัดหาทุนเพื่อการศึกษาและสร้างงานรองรับทันทีหลังสำเร็จการศึกษา” เพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในทักษะด้าน AI และพัฒนาศักยภาพของแรงงานไทยให้พร้อมก้าวสู่การเป็นบุคลากรวิชาชีพระดับโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังได้แสดงความพร้อมของไทยในการผลักดันมาตรการเพิ่มพูนทักษะใหม่ (Upskilling) และการปรับทักษะ (Reskilling) เพื่อป้องกันปัญหาความไม่สอดคล้องของทักษะกับความต้องการของตลาด (Skill mismatch) ซึ่งอาจนำไปสู่การเลิกจ้าง ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาฐานข้อมูลและระบบการคุ้มครองทางสังคมที่ตอบสนองต่อกลุ่มแรงงานอิสระและแรงงานบนแพลตฟอร์ม (Gig and platform workers) ให้มีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
“เป้าหมายสูงสุดของกระทรวงแรงงานในอีก 4 ปี ข้างหน้า คือการเอาชนะความท้าทายทางเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง มีการเติบโตที่ยั่งยืน เกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพ แรงงานมีรายได้ที่มั่นคง มีงานที่มีคุณค่า และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม” นายจุลพันธ์ กล่าว
ในโอกาสนี้ นายจุลพันธ์ ได้ใช้เวทีดังกล่าวกล่าวแสดงความขอบคุณต่อผู้แทนจากนานาประเทศและองค์การระหว่างประเทศทุกท่าน สำหรับการสนับสนุนและให้ความร่วมมือแก่ประเทศไทยอย่างดียิ่งในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของไทยในการยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจและสังคมสู่ระดับสากล
ทั้งนี้ การเข้าร่วมหารือ Working lunch ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของคณะผู้แทนรัฐบาลไทยในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี (Best practices) ร่วมกับองค์กรชั้นนำระดับโลก เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังแรงงานไทยท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมดุลและมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางต่อไป
+++++++++++++++++++
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
นายปริยรณ พรหมสาขา ณ สกลนคร – ข่าว










