วันที่ 26 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ว่า ตนมีความห่วงใยพี่น้องแรงงาน ผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยวางมาตรการรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยไว้ 3 ระยะ ตั้งแต่ก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย จนถึงการฟื้นฟูภายหลังน้ำลด
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ระยะก่อนเกิดภัย กระทรวงแรงงานจะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของสถานประกอบการในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือมีแนวโน้มกระทบต่อการจ้างงาน พร้อมจัดเตรียมแรงงานที่มีความรู้ทางเทคนิค บุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือ ยานพาหนะ และสุขาลอยน้ำ เพื่อพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือ รวมถึงตรวจสถานประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกจ้าง
ระยะเกิดภัย จะเร่งสำรวจและตรวจสอบข้อมูลแรงงานและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายแรงงานอย่างรวดเร็ว พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานแก่ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนายจ้างหยุดประกอบกิจการหรือหยุดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับ ระยะฟื้นฟูภายหลังน้ำลด กระทรวงแรงงานจะบูรณาการหน่วยงานในสังกัดเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการออกประกาศขอความร่วมมือสถานประกอบการให้ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบหยุดงานโดยไม่ถือเป็นวันลา การให้บริการจัดหางานและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การดำเนินโครงการจ้างงานเร่งด่วนและพัฒนาทักษะฝีมือ รวมถึงจัดหน่วยบริการซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
นอกจากนี้ จะเร่งดูแลสิทธิประโยชน์ประกันสังคมและสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแก่ผู้ประกันตนและลูกจ้างที่ประสบภัย พร้อมประสานทีมแพทย์และพยาบาลร่วมกับโรงพยาบาลในเครือข่าย ลงพื้นที่ให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้นแก่ประชาชนและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
“กระทรวงแรงงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมระดมทุกหน่วยงานในสังกัดเข้าช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน ผู้ประกันตน และสถานประกอบการตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุไปจนถึงการฟื้นฟูหลังน้ำลด เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว” นายจุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ พี่น้องแรงงาน ผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั่วประเทศ หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506




