Skip to main content

“จุลพันธ์” เตรียมพร้อมคนหางานไปเกาหลีใต้ เสริมภาษา – วัฒนธรรม ย้ำเคารพกติกา ร่วมรักษาโอกาสแรงงานไทย

รายละเอียดเนื้อหา

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดและให้โอวาทแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพคนหางานเพื่อการแข่งขันไปทำงานสาธารณรัฐเกาหลี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รุ่นที่ 1 โดยมีนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสุรชาติ เทียนทอง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วม ณ ห้องประชุมคริสตัล ท็อป ชั้น 6 โรงแรมประจักษ์ตรา ดีไซน์ โฮเทล จังหวัดอุดรธานี

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมด้านภาษาและวัฒนธรรมเป็นพื้นฐานสำคัญของการไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ช่วยให้แรงงานสามารถสื่อสารในการทำงาน เข้าใจวิถีชีวิต และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ โอกาสนี้ตนขอแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการทดสอบภาษาเกาหลีทุกท่านทั้งผู้ที่ได้รับสัญญาจ้างและอยู่ระหว่างรอเดินทาง ผู้ได้รับการคัดเลือกและอยู่ระหว่างรอสัญญาจ้าง ตลอดจนผู้ที่รอการคัดเลือกจากนายจ้าง ซึ่งต้องขอชื่นชมความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง และขอให้ทุกคนฝึกฝนภาษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในการทำงานและการใช้ชีวิตในต่างประเทศ

นายจุลพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แรงงานไทยทุกคนมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและรักษาโอกาสการทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี จึงขอให้ท่านปฏิบัติตามสัญญาจ้าง เคารพกฎหมายและกติกาที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมและการดำรงชีวิต เนื่องจากการหลบหนีงานอาจส่งผลต่อโอกาสของคนหางานรายอื่น
ในจังหวัดเดียวกัน และอาจนำไปสู่ข้อจำกัดในการรับแรงงานจากจังหวัดนั้นๆ ได้ในโอกาสต่อไป

“กระทรวงแรงงานจึงหวังให้ทุกคนร่วมมือกันป้องกันปัญหาดังกล่าว เพื่อให้สามารถเดินทางไปทำงานได้ตามระบบ และไม่จำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจครอบคลุมถึงเงื่อนไขการเดินทางไปทำงานของสมาชิกในครอบครัวผู้หลบหนีงาน โดยมุ่งหวังให้แรงงานไทยรักษาโอกาสของตนเอง พร้อมส่งต่อโอกาสให้แก่คนหางานรุ่นต่อไป” นายจุลพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ หากประสบปัญหาระหว่างการทำงาน ขอให้ติดต่อแจ้งปัญหาและขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน Smart TOEA และช่องทาง Traffy Fondue เพื่อให้กระทรวงแรงงานได้รับทราบและประสานการช่วยเหลือ โดยขอให้แรงงานใช้ช่องทางเหล่านี้ในการสื่อสารและร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้สามารถทำงานและใช้ชีวิตในสาธารณรัฐเกาหลีได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

“ขอให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพวัฒนธรรมของสาธารณรัฐเกาหลี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งมึนเมา และการพนัน รวมทั้งรู้จักเก็บออมเพื่อดูแลครอบครัว และเก็บเกี่ยวความรู้ ทักษะภาษา ตลอดจนประสบการณ์จากการทำงาน เพื่อนำมาต่อยอดอาชีพหรือประกอบธุรกิจเมื่อครบสัญญาจ้างและเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแรงงานไทย และส่งเสริมโอกาสให้แรงงานไทยรุ่นต่อไป” นายจุลพันธ์ กล่าว

ด้านนายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานไทยและกระทรวงแรงงานและการจ้างงานแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานภายใต้ระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน มีแรงงานไทยได้รับการจัดส่งไปทำงานแล้วทั้งสิ้น 110,271 คน โดยกรมการจัดหางานเป็นหน่วยงานหลักในการจัดส่งแรงงานฝ่ายไทย ร่วมกับสำนักบริการพัฒนาบุคลากรแห่งเกาหลี (HRD Korea) ซึ่งสนับสนุนกระบวนการนำเข้าแรงงานไทย

ที่ผ่านมา พบว่าแรงงานบางส่วนประสบปัญหาด้านภาษา การปรับตัวเข้ากับสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงสภาพภูมิอากาศของสาธารณรัฐเกาหลี จึงมีการกำหนดให้แรงงานต่างชาติเข้ารับการฝึกอบรมภาษาเกาหลีและวัฒนธรรม จำนวน 45 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เพื่อให้มีความรู้ด้านภาษา กฎหมาย ขนบธรรมเนียม และการใช้ชีวิต กรมการจัดหางานจึงดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพคนหางาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยสามารถปรับตัว ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตในต่างประเทศได้อย่างปลอดภัย

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ สามารถติดตามข่าวสารการประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/overseas และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–10 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2

 

TOP