นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยกรณีมีข่าว การนำงบบริหารประกันสังคมจำนวน 12 ล้านบาทไปใช้ในการปรับปรุงโรงอาหารของสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของกระทรวงแรงงาน ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 และได้ผ่านกระบวนการอนุมัติทั้งงบประมาณและการก่อสร้างไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนได้ขอให้สำนักงานประกันสังคมสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดรายงานตรงมายังรัฐมนตรีภายใน 24 ชั่วโมง
.
รมว.แรงงาน กล่าวว่า แต่สิ่งที่ตนเป็นกังวลมากกว่า คือ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน กว่า 24.5 ล้านคน ที่ตั้งคำถามต่อสำนักงานประกันสังคม เพราะเงินกองทุนประกันสังคมทุกบาท ทุกสตางค์คือเงินที่ถูกหักจากค่าจ้างแรงงานทุกเดือน เป็นเงินที่หักไว้เพื่อความมั่นคงในชีวิตของผู้ประกันตน ที่จะต้องดูแลกันตั้งแต่ เกิด ไม่สบาย ตาย พิการ ว่างงาน อภิบาลบุตร ไปจนถึง บำนาญชราภาพที่เป็นหลักประกันยามแก่เฒ่า เงินนี้จึงเป็นเงินของผู้ประกันตนไม่ใช่ของสำนักงานประกันสังคม การจะใช้เงินใดๆก็ตาม ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
.
“ดิฉันต้องขอบคุณภาคประชาสังคมที่ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาตีแผ่ เป็นการทำให้รู้ว่า สำนักงานประกันสังคมต้องทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ประกันตน ไม่ใช่สร้างความมั่งคั่งให้กับองค์กร ต้องสำนึกเสมอว่า ผู้ประกันตน คือ เจ้าของเงิน ไม่ใช่แค่คนจ่ายเงินสมทบ” นางสาวตรีนุช กล่าว และ การเอาเงินของผู้ประกันตนไปบริหารจัดการไม่เหมาะสม ผิดพลาด ไม่ใช่แค่เป็นความผิดร้ายแรง แต่เป็นสิ่งที่กัดกร่อนระบบประกันสังคมและลดทอนความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนที่ต้องใช้เวลาอาจจะทั้งชีวิตในการกอบกู้ชื่อเสียงและความเชื่อมั่นกลับคืนมา
.
นางสาวตรีนุช กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่มีการตีแผ่เรื่องเหล่านี้ เพราะถึงเวลาแล้วที่สำนักงานประกันสังคมจะต้องมีมาตรการยกระดับความโปร่งใส และในอนาคต สำนักงานประกันสังคม ควรมีธรรมาภิบาล ในการเปิดเผยข้อมูลการลงทุน ชี้แจงสถานะของกองทุนและการนำเงินไปลงทุนอย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ต้องเปิดรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกันตนโดยตรง เพื่อนำมาปรับปรุงการบริการและสิทธิประโยชน์ให้ตรงจุด และ ทำให้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ของผู้ประกันตน ถูกใช้ด้วยความโปร่งใสเป็นที่ตั้ง เพื่อจะได้ดูแลผู้ประกันตนตั้งแต่เกิด จนตายตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสำนักงานประกันสังคมอย่างแท้จริง






