นโยบาย กฎหมาย และความต้องการจ้างแรงงานต่างชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประจำเดือนสิงหาคม 2569

- นโยบายด้านแรงงานของ UAE
ในเดือนสิงหาคม 2569 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังคงดำเนินนโยบายด้านแรงงานใน 2 แนวทางสำคัญควบคู่กัน ได้แก่ การเปิดรับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะและประสบการณ์เพื่อรองรับการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และ การเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานคนสัญชาติ UAE (Emiratisation)
ข้อมูลจาก UAE Economic Graph Report 2026 ซึ่งจัดทำโดย LinkedIn ร่วมกับกระทรวงการค้าต่างประเทศของ UAE สะท้อนว่า ตลาดแรงงาน UAE มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวในปี 2569 ภายหลังได้รับผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์ในภูมิภาคช่วงต้นปี โดยข้อมูลในเดือนมิถุนายน 2569 เริ่มสะท้อนทิศทางการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ UAE ยังคงมีความต้องการแรงงานต่างชาติ โดยเฉพาะแรงงานที่มี ทักษะเฉพาะ ประสบการณ์ และคุณสมบัติที่สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม การจ้างแรงงานต่างชาติในตำแหน่งงานที่มีทักษะจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับเป้าหมายด้าน Emiratisation ซึ่งส่งผลให้การแข่งขันในตำแหน่งงานบางประเภท โดยเฉพาะตำแหน่งระดับวิชาชีพและสำนักงาน มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
กล่าวได้ว่า แนวโน้มตลาดแรงงาน UAE กำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาแรงงานต่างชาติในเชิงปริมาณ ไปสู่การคัดเลือกแรงงานที่มี ทักษะ คุณภาพ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มากขึ้น

- การส่งเสริมการจ้างงานคนสัญชาติ UAE (Emiratisation)
ปี 2569 ยังคงเป็นช่วงสำคัญของการดำเนินนโยบาย Emiratisation โดยสถานประกอบการภาคเอกชนที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานคนสัญชาติ UAE ในตำแหน่งงานที่มีทักษะในอัตรา ร้อยละ 2 ต่อปี และมีเป้าหมายให้อัตราการจ้างงานคนสัญชาติ UAE เพิ่มขึ้นสะสมเป็น ร้อยละ 10 ภายในปี 2569
สำหรับปี 2569 UAE กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานเป็นรายครึ่งปี โดยให้นายจ้างเพิ่มสัดส่วนการจ้างคนสัญชาติ UAE ร้อยละ 1 ในช่วงครึ่งปีแรก และอีกร้อยละ 1 ในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการทำให้เป็นเอมิเรตส์ (Ministry of Human Resources and Emiratisation: MoHRE) กำหนดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาสำหรับการบรรลุเป้าหมายในครึ่งปีแรก
ล่าสุด UAE รายงานว่า บริษัทประมาณร้อยละ 95 ที่อยู่ภายใต้นโยบาย Emiratisation สามารถบรรลุเป้าหมายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงการบังคับใช้และการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ผลต่อแรงงานต่างชาติและแรงงานไทย
การเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานคนสัญชาติ UAE อาจทำให้ตำแหน่งงานระดับวิชาชีพ งานสำนักงาน และงานที่สามารถพัฒนาแรงงานท้องถิ่นได้ มีการแข่งขันสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างชาติยังคงมีโอกาสในตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะ ประสบการณ์ หรือความเชี่ยวชาญที่ตลาดแรงงานภายในประเทศยังมีไม่เพียงพอ
ดังนั้น การส่งเสริมแรงงานไทยเข้าสู่ตลาด UAE ควรให้ความสำคัญกับแรงงานที่มีทักษะและมาตรฐานวิชาชีพที่ชัดเจน มากกว่าการมุ่งเน้นการส่งแรงงานในปริมาณมาก

- กฎหมายและหลักเกณฑ์การจ้างแรงงานต่างชาติ
กฎหมายหลักที่ใช้กำกับการจ้างแรงงานภาคเอกชนของ UAE ยังคงเป็น Federal Decree-Law No. 33 of 2021 on the Regulation of Labour Relations รวมถึงกฎ ระเบียบ และมติที่เกี่ยวข้องของ MoHRE
หลักการสำคัญในการจ้างแรงงานต่างชาติ ได้แก่
- นายจ้างต้องได้รับ Work Permit จาก MoHRE ก่อนให้แรงงานต่างชาติเริ่มปฏิบัติงาน
- นายจ้างไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการจัดหาและการจ้างงานจากลูกจ้าง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- การจ้างแรงงานต่างชาติต้องดำเนินการผ่านประเภทใบอนุญาตทำงานที่สอดคล้องกับลักษณะการจ้างงานและสถานะของลูกจ้าง
UAE มีใบอนุญาตทำงานหลายประเภท อาทิ
- ใบอนุญาตรับแรงงานจากต่างประเทศ
- ใบอนุญาตโอนย้ายแรงงาน
- ใบอนุญาตจ้างผู้พำนักที่อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของครอบครัว
- ใบอนุญาตทำงานชั่วคราว
- ใบอนุญาตสำหรับงานเฉพาะกิจ
- ใบอนุญาตทำงานแบบ Part-time
- ใบอนุญาตฝึกงาน/นักเรียน
การมีประเภทใบอนุญาตที่หลากหลายช่วยให้นายจ้างสามารถเลือกช่องทางการจ้างงานให้เหมาะสมกับลักษณะงานและสถานะของแรงงานได้มากขึ้น ทั้งยังช่วยให้การจ้างแรงงานต่างชาติอยู่ภายใต้ระบบการกำกับดูแลของรัฐอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2569 UAE ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นกับการคุ้มครองแรงงานและการควบคุมให้การจ้างงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีการเชื่อมโยงระบบประกันสุขภาพของลูกจ้างเข้ากับกระบวนการออกและต่ออายุ Work Permit ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และกำหนดให้นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว

- การคุ้มครองค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ของแรงงาน
ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 UAE ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับระบบ Wage Protection System (WPS) โดยกำหนดให้นายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับของ MoHRE จ่ายค่าจ้างของเดือนก่อนหน้า ภายในหรือก่อนวันที่ 1 ของเดือนถัดไป และยกเลิกช่วงผ่อนผันเดิม 15 วัน
มาตรการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการคุ้มครองแรงงานต่างชาติ เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและตรวจสอบการจ่ายค่าจ้างของนายจ้าง และช่วยลดปัญหาการค้างจ่ายค่าจ้างซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นข้อร้องเรียนสำคัญของแรงงานต่างชาติใน UAE
ในมุมของการส่งเสริมตลาดแรงงานไทย การให้ความรู้แก่แรงงานไทยเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับค่าจ้าง การตรวจสอบการจ่ายเงินผ่านระบบ WPS และช่องทางการร้องเรียนต่อหน่วยงาน UAE จึงยังเป็นประเด็นที่ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

- แนวโน้มความต้องการแรงงานต่างชาติในเดือนสิงหาคม 2569
ภาพรวมตลาดแรงงาน UAE ในเดือนสิงหาคม 2569 ยังคงมีความต้องการแรงงานในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ
- Technology และ Digital
- Artificial Intelligence (AI)
- Financial Services
- Healthcare
- Logistics
- Real Estate
- Construction
- Professional Services
นายจ้างมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ ประสบการณ์การทำงานจริง ทักษะเฉพาะทาง และความสามารถด้านเทคโนโลยีและ AI มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้อมูลตลาดแรงงานในช่วงปลายเดือนสิงหาคมสะท้อนว่าสาขา Technology & AI รวมถึง Construction & Real Estate มีสัญญาณการจ้างงานเพิ่มขึ้น ขณะที่บางสาขามีแนวโน้มทรงตัวหรือชะลอตัว จึงอาจกล่าวได้ว่า ตลาดแรงงาน UAE มิได้มีภาวะขาดแคลนแรงงานในทุกสาขา แต่เป็นการขาดแคลนหรือมีความต้องการแรงงานในลักษณะ เฉพาะทักษะ (Skills-specific Demand) มากขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรนำมาประกอบการวางแผนขยายตลาดแรงงานไทย โดยควรเน้นการจัดส่งแรงงานให้ตรงกับความต้องการของนายจ้างและตำแหน่งงานที่มีความต้องการจริง

- โอกาสในการขยายตลาดแรงงานไทยใน UAE
จากแนวโน้มตลาดแรงงานดังกล่าว เห็นว่า UAE ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับแรงงานไทย โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะเฉพาะ ใบรับรองมาตรฐาน และประสบการณ์การทำงาน ทั้งนี้ กลุ่มอาชีพที่มีศักยภาพ ได้แก่
6.1 ธุรกิจบริการและ Hospitality
- พ่อครัว/แม่ครัวและผู้ประกอบอาหารไทย
- ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย
- พนักงานโรงแรม
- งานบริการในโรงแรมและร้านอาหารระดับกลางถึงระดับสูง
- Spa & Wellness
- พนักงานนวดไทยที่มีใบรับรองหรือมาตรฐานวิชาชีพ
แรงงานไทยมีจุดแข็งด้านอาหารไทย การบริการ และ Wellness ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดขายในการขยายตลาดแรงงานในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจสุขภาพและการท่องเที่ยว
6.2 ช่างฝีมือและงานเทคนิค
- ช่างไฟฟ้า
- ช่างระบบปรับอากาศ
- ช่างเครื่องกล
- ช่างเทคนิคอาคาร
- ช่างซ่อมบำรุง
- งานก่อสร้างและบำรุงรักษา
กลุ่มดังกล่าวควรให้ความสำคัญกับการรับรองมาตรฐานฝีมือและประสบการณ์การทำงาน เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทย
6.3 Healthcare & Wellness
ตลาด Healthcare ของ UAE มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีความต้องการบุคลากรที่มีคุณวุฒิและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงาน UAE
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งงานในภาค Healthcare มีข้อกำหนดด้าน Emiratisation เพิ่มขึ้น จึงควรศึกษาตำแหน่งงานและระดับทักษะที่ยังเปิดโอกาสให้แรงงานต่างชาติอย่างใกล้ชิดก่อนดำเนินการจัดส่ง
6.4 Digital, Technology และ AI
- IT
- Software Development
- Data
- Artificial Intelligence (AI)
- Digital Marketing
- Cybersecurity
- Technology-related Engineering
กลุ่มอาชีพดังกล่าวมีศักยภาพสูงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของ UAE แต่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากแรงงานทักษะสูงจากหลายประเทศ ดังนั้น แรงงานไทยจำเป็นต้องมีทักษะเฉพาะ ประสบการณ์ และใบรับรองที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

- ประเด็นสำคัญที่ควรติดตามในการขยายตลาดแรงงานไทย
จากการติดตามสถานการณ์ตลาดแรงงาน UAE เห็นว่าประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่
1) Emiratisation
การเพิ่มสัดส่วนการจ้างงานคนสัญชาติ UAE อาจส่งผลต่อโอกาสของแรงงานต่างชาติในบางตำแหน่ง โดยเฉพาะงานระดับทักษะและงานสำนักงาน จึงควรติดตามประเภทตำแหน่งที่อยู่ภายใต้เป้าหมาย Emiratisation อย่างใกล้ชิด
2) Skills-specific Demand
โอกาสของแรงงานต่างชาติจะเพิ่มขึ้นในสาขาที่มีความต้องการทักษะเฉพาะหรือมีแรงงานในประเทศไม่เพียงพอ จึงควรเน้นการจัดส่งแรงงานตามความต้องการของนายจ้างมากกว่าการจัดส่งแรงงานทั่วไป
3) AI และ Digitalisation
การนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลมาใช้ในภาคธุรกิจทำให้ทักษะด้านเทคโนโลยีมีความสำคัญเพิ่มขึ้น จึงควรส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลของแรงงานไทย
4) Work Permit และการจ้างงานอย่างถูกต้อง
การนำเข้าแรงงานจากต่างประเทศยังสามารถดำเนินการได้ผ่านระบบของ MoHRE แต่ต้องมี Work Permit และเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องก่อนเริ่มงาน เพื่อป้องกันปัญหาการจ้างงานผิดกฎหมายและการหลอกลวงแรงงาน
5) Worker Protection
การกำกับดูแลด้าน WPS การประกันสุขภาพ และการห้ามเรียกเก็บค่าจัดหางานจากลูกจ้างมีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้น จึงควรประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างและแรงงานไทยเข้าใจสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย UAE
6) มาตรฐานฝีมือแรงงาน
ใบรับรองมาตรฐานฝีมือและคุณวุฒิวิชาชีพเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทย โดยเฉพาะในกลุ่มช่างเทคนิค งาน Wellness และวิชาชีพเฉพาะทาง
7) การจับคู่แรงงานกับนายจ้างโดยตรง
ควรส่งเสริมการจับคู่แรงงานไทยกับนายจ้าง UAE ที่มีความต้องการแรงงานจริง และสามารถดำเนินการด้าน Work Permit และสัญญาจ้างได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากนายหน้าและการจัดหางานที่ไม่ตรงตามข้อตกลง

- ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการขยายตลาดแรงงานไทยใน UAE
เพื่อให้การขยายตลาดแรงงานไทยใน UAE สอดคล้องกับทิศทางตลาดแรงงานในปัจจุบัน เห็นควรดำเนินการ ดังนี้
- ปรับแนวทางการจัดส่งแรงงานจาก “จำนวน” เป็น “ทักษะ” (Skill-based Recruitment)
มุ่งเน้นแรงงานที่มีทักษะ ประสบการณ์ และคุณสมบัติตรงกับความต้องการของนายจ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งที่ตลาดแรงงาน UAE มีความต้องการเฉพาะด้าน - จัดทำฐานข้อมูลแรงงานไทยตามทักษะ (Skills Database)
ควรพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานไทยที่สามารถเดินทางไปทำงานใน UAE โดยจำแนกตามสาขาอาชีพ ทักษะ ใบรับรองมาตรฐาน ประสบการณ์ ภาษาอังกฤษ และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อให้สามารถจับคู่กับความต้องการของนายจ้างได้อย่างรวดเร็ว - ส่งเสริมกลุ่มอาชีพที่ไทยมีศักยภาพ
ควรประชาสัมพันธ์แรงงานไทยในกลุ่มอาหารไทย โรงแรมและ Hospitality Spa & Wellness/นวดไทย ช่างเทคนิค งานก่อสร้าง วิศวกรรม Healthcare และ Digital/AI โดยคัดเลือกเฉพาะตำแหน่งที่ไม่ขัดกับเป้าหมาย Emiratisation และมีความต้องการแรงงานต่างชาติ - ยกระดับมาตรฐานและการรับรองทักษะ
ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการทดสอบและรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยให้เป็นที่ยอมรับใน UAE โดยเฉพาะกลุ่มช่างฝีมือ ผู้ประกอบอาหารไทย และผู้ให้บริการ Wellness/นวดไทย - สร้างเครือข่ายนายจ้าง UAE ที่มีความต้องการแรงงานไทย
ควรจัดทำฐานข้อมูลนายจ้างและสถานประกอบการที่มีประวัติการจ้างแรงงานไทยและมีความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายนายจ้างเป้าหมายสำหรับการจัดส่งแรงงานไทย - เน้นการจัดส่งผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ควรให้ความสำคัญกับนายจ้างที่สามารถจัดทำสัญญาจ้างและ Work Permit ได้อย่างถูกต้อง และประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยตรวจสอบเงื่อนไขการจ้าง ค่าจ้าง ที่พัก ชั่วโมงการทำงาน และสิทธิประโยชน์ก่อนเดินทาง - สรุป
โดยสรุป UAE ยังคงเป็นตลาดแรงงานที่มีศักยภาพสำหรับแรงงานต่างชาติในปี 2569 แม้จะมีการดำเนินนโยบาย Emiratisation อย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น โดยทิศทางตลาดแรงงาน UAE มีแนวโน้มเปลี่ยนจากการพึ่งพาแรงงานต่างชาติในเชิงปริมาณ ไปสู่การคัดเลือกแรงงานที่มี ทักษะเฉพาะ ประสบการณ์ และคุณภาพสูง มากขึ้น
สำหรับแรงงานไทย ยังมีโอกาสในการขยายตลาด โดยเฉพาะในสาขา อาหารไทยและ Hospitality, Spa & Wellness/นวดไทย, ช่างฝีมือและงานเทคนิค, ก่อสร้างและบำรุงรักษา, Healthcare ตลอดจน Digital, Technology และ AI ทั้งนี้ จำเป็นต้องพิจารณาความต้องการของตลาดและข้อจำกัดด้าน Emiratisation เป็นรายสาขาและรายตำแหน่ง
ดังนั้น การขยายตลาดแรงงานไทยใน UAE ในระยะต่อไปควรมุ่งเน้นแนวทาง “Skill-based Recruitment” ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานฝีมือ การจัดทำฐานข้อมูลแรงงานตามทักษะ การสร้างเครือข่ายนายจ้างที่มีความต้องการแรงงานจริง และการจับคู่แรงงานกับนายจ้างโดยตรงผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแรงงานไทย ลดความเสี่ยงจากการจัดหางานที่ไม่ถูกต้อง และสร้างโอกาสการจ้างงานที่มีคุณภาพและยั่งยืนในตลาดแรงงาน UAE
สรุปข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569



