วันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 10.30 น. พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายเกริกไกร นาสมยนต์ ที่ปรึกษากฎหมาย ให้การต้อนรับสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สสรท. พร้อมด้วย นายชาลี ลอยสูง ที่ปรึกษาคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ในโอกาสนำคณะเข้าพบเพื่อหารือรูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม และการเร่งรัดการเลือกตั้งคณะกรรมการไตรภาคี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ชั้น 1 สำนักแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ด้าน นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และคณะ ได้สะท้อนข้อกังวลต่อแนวคิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม โดยยืนยันจุดยืนให้คงการเลือกตั้งรูปแบบเดิม คือ ผู้ประกันตนหนึ่งคนสามารถเลือกผู้แทนได้ทั้งคณะ จำนวนเจ็ดคน พร้อมเห็นว่าการเลือกตั้งทั้งคณะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายประกันสังคม และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเร่งรัดและติดตามการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งคณะกรรมการไตรภาคี โดยขอให้กระทรวงแรงงานเร่งดำเนินการโดยเร็วต่อไป
ด้าน นางสาวมาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงว่า ในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ได้พิจารณาจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาโดยมีการถอดบทเรียนและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งพบว่ามีอุปสรรคและข้อจำกัดในทางปฏิบัติหลายประการ จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนรูปแบบการเลือกตั้งให้เหมาะสมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
นางสาวมาลากาลัญ ยังกล่าวอีกว่า โครงสร้างของฝ่ายผู้ประกันตนตามกฎหมายประกอบด้วยผู้แทนจากมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 หากกำหนดให้เลือกผู้แทนได้ไม่ครบทั้งคณะ อาจส่งผลให้สัดส่วนผู้แทนไม่สะท้อนการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และอาจก่อให้เกิดข้อกังวลด้านความเป็นธรรมตามมา
“การเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่เหมาะสม เช่น การปรับรูปแบบการออกเสียงลงคะแนน หนึ่งคนหนึ่งเสียง ซึ่งจะเปิดรับฟังความคิดเห็นไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 และจะนำทุกความคิดเห็นมาประมวลผล เพื่อประกอบการพิจารณาเสนอแนวทางที่เหมาะสมต่อไป โดยคำนึงถึงความโปร่งใส ความถูกต้องตามกฎหมาย และประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ” ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม กล่าว























