วันที่ 7 – 11 สิงหาคม 2566 นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้เบื้องต้นเพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้สำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน ชุดที่ 5 ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าของผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งคณะทำงาน ตรวจคัดกรองเพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้เบื้องต้น เพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้สำหรับบุคคล ที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับหรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน พร้อมทั้งได้มอบนโยบายและข้อสั่งการแก่คณะทำงานฯ จากส่วนกลางซึ่งมี นายกฤษณ์ ปิ่นสุข นักวิชาการแรงงานชำนาญการ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กรมการจัดหางาน และ เรือโท ทรงเผ่า สมิติ นักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน พร้อมด้วย คณะทำงานฯ ของจังหวัด เพื่อกำชับการออกตรวจบูรณาการสถานประกอบการเพื่อแสวงหา ข้อบ่งชี้เบื้องต้นสำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่าอาจเป็นผู้เสียหาย จากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงานแรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยการนำมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) การตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้สำหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่า อาจเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับหรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 6/1 และแบบตรวจคัดกรองเบื้องต้น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน (ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ซึ่งหากพบข้อบ่งชี้ก็จะดำเนินการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM ต่อไป
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการในจังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่จำนวน 12 แห่ง พบสถานประกอบการ ไม่ได้จัดทำคู่มือข้อบังคับการทำงานและสิทธิวันหยุด จำนวน 3 แห่ง ไม่จ่ายค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำที่จังหวัดกำหนด จำนวน 4 แห่ง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง จำนวน 2 แห่ง ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้สถานประกอบการดำเนินการให้ถูกต้องตามระยะเวลาที่กำหนดต่อไป พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือสถานประกอบการให้ความสำคัญกับแนวทางการป้องกันโดยขอให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วยสื่อสารและทำความเข้าใจกับ เพื่อน ญาติพี่น้อง และคนรู้จัก ที่มีความต้องการจะเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยขอให้เดินทางเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ได้รับสภาพการจ้างงานตามกฎหมายและตามหลักสากลรวมถึงการมีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีและปลอดภัย ไม่ตกเป็นกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มเสี่ยงสำหรับกลุ่มบุคคลที่จะนำไปบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และถูกค้ามนุษย์ด้านแรงงานอีกด้วย
++++++++++++++++++++++++++
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์














