วันที่ 15 กันยายน 2568 เวลา 08.30 น. นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงนโยบายระดับภูมิภาคขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) เรื่อง “ห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและการเติบโตอย่างเท่าเทียมในโลกแห่งการทำงานที่เปลี่ยนแปลง” ร่วมกับคุณคาโอริ นากามูระ-โอซากะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ และผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และคุณมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ
นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ในการส่งเสริมงานที่มีคุณค่าทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก โดยประเทศไทยมีอุตสาหกรรมหลักที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลก อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เกษตรและอาหาร ซึ่งสร้างงานให้กับแรงงานนับล้านคน
นายสมาสภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อาทิ การให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 144 ว่าด้วยการปรึกษาหารือไตรภาคี และฉบับที่ 155 ว่าด้วยความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การปรับปรุงระบบการตรวจแรงงาน การพัฒนาทักษะแรงงานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึง การขยายความคุ้มครองทางสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบและแรงงานข้ามชาติมากขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และยกระดับสิทธิแรงงานในทุกระดับของห่วงโซ่อุปทาน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายในการสร้างงานที่มีคุณค่าไม่น้อยกว่า 600,000 ตำแหน่ง และยกระดับทักษะแรงงานกว่า 5 ล้านคนภายในปี 2570
นายสมาสภ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของอาเซียน รวมถึงปีแห่งทักษะของอาเซียน (ASEAN Year of Skills 2025) และมีส่วนร่วมในโครงการระหว่างประเทศด้านการพัฒนาทักษะ การย้ายถิ่นแรงงาน และการยกระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การสร้างเศรษฐกิจร่วมอาเซียน–ญี่ปุ่น และปฏิญญาสิงคโปร์ที่รับรองในการประชุมระดับภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิกของ ILO ซึ่งต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาทางสังคม การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม และสิทธิแรงงานในฐานะรากฐานของห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น
โดยรองปลัดฯ ย้ำว่า ทุกฝ่ายสามารถร่วมกัน เพื่อทำให้ห่วงโซ่อุปทานในเอเชียและแปซิฟิกไม่เป็นเพียงช่องทางการค้า แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่เสมอภาคและงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จัดขึ้นโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และมีผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐบาล นายจ้าง ลูกจ้าง องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา จำนวน 200 คน จาก 20 ประเทศเข้าร่วมการประชุม เพื่อร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ในการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบทางสังคม เป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 15 – 16 กันยายน 2568
————————————–
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์






































