วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 18.10 น. พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง ประเด็นมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และ นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ร่วมการแถลงข่าวด้วย ณ ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง (Joint Press Center on the Emergency Situation in the Middle East) กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
นายสันติ กล่าวถึงสถานการณ์ด้านแรงงานในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งผ่านการอนุญาตและแจ้งไปทำงานของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ประมาณ 61,396 คน ภายหลังจากเกิดสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการและดำเนินการ ดังนี้
1) จัดตั้ง War Room
ศูนย์ช่วยเหลือและประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ณ ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน โดยมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ รับเรื่อง และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด
2)ชะลอการจัดส่งแรงงานไทย
ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในรัฐอิสราเอล ประเทศอิหร่าน และประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางที่มีความเสี่ยง เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
3)ส่งเสริมการใช้ Application SMART TOEA
ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยเปิดใช้งาน Application SMART TOEA ผ่านสำนักงานแรงงานไทยในตะวันออกกลาง และสำนักงานแรงงานจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด โดยระบบดังกล่าวจะบันทึกพิกัดสถานที่ทำงานหรือที่พักของแรงงานไทย เพื่อให้กระทรวงแรงงาน สถานเอกอัครราชทูต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
4)ลงพื้นที่ดูแลครอบครัวแรงงานไทย
เนื่องจากแรงงานบางส่วนอาจยังไม่ได้อัปเดตหรือยกเลิกการติดตั้ง Application SMART TOEA ทำให้ไม่สามารถทราบพิกัดตำแหน่งได้ กระทรวงแรงงานจึงมอบหมายให้สำนักงานแรงงานจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวแรงงานไทยในตะวันออกกลาง เพื่อสร้างการรับรู้ ให้กำลังใจ และประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยดาวน์โหลดและเปิดใช้งาน Application SMART TOEA เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งได้ในกรณีฉุกเฉิน
5)แจ้งช่องทางติดต่อสถานทูต
ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานไทยในแต่ละประเทศทราบช่องทางการติดต่อสำนักงานแรงงานและสถานเอกอัครราชทูตในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อให้ลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต และปฏิบัติตามประกาศแจ้งเตือนอย่างเคร่งครัด
6)เตรียมความพร้อมกรณีอพยพแรงงาน
กระทรวงแรงงานได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ กรณีมีความจำเป็นต้องอพยพแรงงานไทยกลับประเทศไทย
นายสันติ กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทรวงแรงงานมี สำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ 3 แห่ง ได้แก่ สำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ รัฐอิสราเอล สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทย
—————————————
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์













































