วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 เวลา 9.00 น. นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน “2023 Issara Global Forum Innovation In Human Rights and Ethical Supply Chains” ณ โรงแรม Nikko Hotel Bangkok โดยกล่าวว่า การประชุมสัมมนาในครั้งนี้เป็นการรวบรวมและเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าของแบรนด์ธุรกิจ บริษัทจัดหางาน และองค์กรภาคประชาสังคม และรัฐบาลระดับโลก เพื่อพูดคุยเชิงลึกและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โอกาส บทเรียน และความท้าทายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม และแนวทางปฏิบัติเชิงจริยธรรมและสิทธิมนุษยชน อีกทั้งมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ การขับเคลื่อนด้วยเสียงของแรงงาน เสียงสะท้อนที่สำคัญ ลำดับความสำคัญ บทเรียนสิทธิมนุษยชน และการจัดหางานอย่างมีความรับผิดชอบ การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กรณีศึกษาทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานที่มีจริยธรรม และการจัดหางานอย่างมีจริยธรรมในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
กระทรวงแรงงาน ภายใต้การนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เล็งเห็นว่า “ภารกิจของกระทรวงแรงงาน มีความสำคัญอย่างมากในการดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งภาคแรงงานเองจะต้องเข้มแข็ง มีทักษะฝีมือ มีศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ทั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการดำเนินนโยบายที่เข้มแข็ง เพื่อประโยชน์ของแรงงานไทยทุกคน ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทักษะดี มีงานทำ หลักประกันทางสังคมเด่น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”
ภารกิจของกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่ปี 2563 – 2566 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานต้องทำงานอย่างหนัก เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูแลทั้งกลุ่มนายจ้าง/สถานประกอบการ รวมถึงลูกจ้าง ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาหรือทำงานให้เกิดผลในเชิงมหภาคเท่านั้น แต่ต้องทำให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ทุกระยะ ทำให้เราต้องมีการปรับกฎหมาย ออกมาตรการ กำหนดนโยบายและโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และยังมีความสำเร็จที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการ ได้แก่ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งมีแผนการดำเนินการสนับสนุนสิทธิด้านแรงงาน และป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านแรงงาน ซึ่งในแผนระยะที่ 2 มีกรอบการปฏิบัติงานในช่วงปี 2566 – 2570 เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจดำเนินงานบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิมนุษยชน และเป็นการนำพาประเทศไทยไปสู่การทัดเทียมกับอารยประเทศ ที่มีการทบทวนกฎหมาย กฎ กฎระเบียบ รวมทั้งมาตรฐานด้านแรงงานซึ่งสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองแรงงาน อาทิ แรงงานข้ามชาติ แรงงานเด็ก แรงงานผู้พิการ แรงงานประมงทะเล ทั้งแรงงานในระบบและนอกระบบให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด มีความปลอดภัยในการทำงาน มีสวัสดิการที่เหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งการพัฒนากลไกการกำกับดูแลค่าจ้าง คุ้มครองแรงงาน ประกันสังคม ความเท่าเทียมทางเพศ และกลุ่มแรงงานข้ามชาติ อีกทั้ง ได้ดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวมากกว่า 2,300,000 คน ซึ่งช่วยให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานอย่างถูกกฎหมาย ได้รับความคุ้มครองเข้าถึงบริการและสวัสดิการของรัฐอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมามีการระบาดของโรค COVID – 19 ได้เปิดโอกาสให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้าถึงวัคซีนและการรักษาพยาบาลได้เช่นเดียวกับแรงงานไทยด้วย
——————————–
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
















