วันที่ 2 มีนาคม 2569 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการรองรับช่วยเหลือแรงงานไทยที่ไปทำงานในภูมิภาคตะวันออกกลางหากสถานการณ์รุนแรง โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมด้วย ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงจำกัดอยู่ในพื้นที่ และแรงงานส่วนใหญ่ยังคงทำงานได้ตามปกติอย่างปลอดภัย ขอยืนยันว่าแรงงานไทยทุกคนในอิสราเอลยังคงปลอดภัยดี และยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบ ซึ่งได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งได้จัดทำแผนรองรับตามความรุนแรงของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่สำหรับการเผชิญเหตุ ตั้งแต่สถานการณ์คงที่ไปจนถึงการเยียวยาหลังสิ้นสุดเหตุการณ์ โดยแบ่งเป็น 4 ระดับ ระดับที่ 1 สถานะคงที่ เป็นสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีการสู้รบจำกัดอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินหรือเขตทหาร และยังไม่กระทบถึงระดับพลเรือนมากนัก ระดับที่ 2 เหตุสู้รบขยายวงกว้าง เมื่อมีความรุนแรงและความถี่ในการสู้รบมากขึ้น หรือมีภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ ระดับที่ 3 สถานการณ์ยืดเยื้อ จะเน้นการบริหารจัดการระยะยาว การส่งกำลังบำรุง และการประสานงานทั้งในและต่างประเทศ และระดับที่ 4 เหตุการณ์ยุติ เน้นเรื่องการเยียวยา การดูแล และการจัดหางานใหม่ให้กับแรงงาน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการประกาศชะลอการส่งแรงงานกลุ่มใหม่ไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพลเมือง ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเทคโนโลยีมาใช้ติดตามพิกัดของแรงงาน และได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัด สำรวจครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบเพื่อเข้าเยี่ยมเพื่อสื่อสารให้กำลังใจกับครอบครัว และจัดตั้งศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด เพื่อให้ข้อมูลและลดความกังวลแก่ญาติพี่น้องของแรงงานที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ด้วย
ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นในส่วนของกรมการจัดหางานได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสั่งชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงแล้ว โดยเฉพาะอิสราเอลซึ่งมีแรงงานรอเดินทางกว่า 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตรระบบการจัดส่งแบบรัฐต่อรัฐ หรือ G to G เนื่องจากน่านฟ้าปิดและเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งหากสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต กระทรวงแรงงานได้ร่วมประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อเตรียมแผนอพยพ เส้นทาง และจุดพักคอยไว้พร้อมแล้ว แต่การดำเนินการต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงและนโยบายของรัฐบาล
+++++++++++++++++++
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์







































