วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานเป็นวันแรกเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงานทั้ง 5 จุด ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ และศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา จากนั้นถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ กระทรวงแรงงาน
จากนั้น นายจุลพันธ์ เดินทางเข้าห้องทำงานชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน และรับมอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน และแขกที่มาร่วมแสดงความยินดี ก่อนที่จะประชุมมอบนโยบายแนวทางการทำงานให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน
โดยนายจุลพันธ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยนายจุลพันธ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คนที่ 20 พร้อมย้ำถึงนโยบายสำคัญที่ได้มอบให้กับผู้บริหารกระทรวงแรงงานในการดูแลแรงงานในภาวะวิกฤตปัจจุบัน และเน้นการเร่งช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ตะวันออกกลาง ควบคู่กับการพิจารณามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงาน เช่น การลดเงินสมทบประกันสังคม และการรักษาระดับการจ้างงาน ซึ่งมุ่งให้เกิดผลภายใน 100 วันแรกของการทำงาน พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงจัดระเบียบแรงงานทั้งในและต่างประเทศให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงาน เมื่อพี่น้องแรงงานเดือดร้อนก็จะเข้าไปพบปะช่วยแก้ไขปัญหาโดยเร็ว
สำหรับภารกิจเร่งด่วน ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการแล้ว นายจุลพันธ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานเตรียมพร้อมขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยทันที เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้ตัวชี้วัด (KPI) ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน
+++++++++++++++++++
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์










































