วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้เห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือโครงการการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (Memorandum of Cooperation on the Employment for Skill Development Program: MOC) ระหว่างไทยและญี่ปุ่น เพื่อรองรับระบบการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (Employment for Skill Development: ESD) ของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 แทนระบบผู้ฝึกปฏิบัติงานด้านเทคนิค (TITP) ตามที่กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน เสนอนั้น
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้ตนจึงได้ มอบหมายให้ พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นตัวแทนกระทรวงแรงงานร่วมลงนามใน ‘บันทึกความร่วมมือโครงการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ’ (Memorandum of Cooperation on the Employment for Skill Development Program: MOC) กับ Mr. MARUYAMA Hideharu ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง Mr. MIBAE Taisuke อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ Mr. IHARA Kazuhito ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการ และ Mr. OHAMA Takeshi อธิบดีกรมกิจการอาญา แผนกอาชญากรรมองค์กร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับนโยบายใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2570 เป็นต้นไป โดยมี Mr.Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และ Mr. Kajiwara Toru อัครราชทูตและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานณ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สาระสำคัญของบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ เพื่อต้องการที่จะยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขั้นมากขึ้น โดยปรับเปลี่ยนระบบจากการ ‘ฝึกปฏิบัติงาน’ เป็น ‘การจ้างงาน’ ซึ่งแรงงานไทยที่จะไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นภายใต้ระบบนี้ จะเปลี่ยนสถานะเป็น ‘ลูกจ้างเพื่อการพัฒนาทักษะ’ โดยมีกำหนดระยะเวลาการจ้างงานไม่เกิน 3 ปี ซึ่งเป็นระดับทักษะที่เทียบเท่ากับแรงงานฝีมือ (Specified Skilled Worker 1)
ที่สำคัญโครงการนี้ยังยกระดับความคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น รวมทั้งการคัดกรองบุคคลที่มีความประพฤติที่เหมาะสมกับการไปทำงาน อาทิ
– การกำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้สมัคร (ต้องไม่มีประวัติถูกลงโทษในรอบ 10 ปี)
– การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดหางาน โดยกำหนดให้ค่าใช้จ่ายสูงสุดที่แรงงานต้องชำระแก่ ‘องค์กรผู้ส่ง’ ที่ได้รับการรับรอง จะต้องไม่เกินจำนวนค่าจ้าง 2 เดือนตามที่ระบุไว้ในแผน ESD
– การเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถย้ายหรือเปลี่ยนนายจ้างได้ตามความสมัครใจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
– การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานและการคุ้มครองแรงงานตามมาตรฐานสากล ทั้งกฎหมายแรงงาน กฎหมายความปลอดภัย และการส่งเสริมความเสมอภาค
ด้าน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานในฐานะหน่วยงานหลักด้านการจัดส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศ พร้อมดำเนินการรับรององค์กรผู้ส่งให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่ของประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดส่งแรงงานไทยภายใต้ระบบการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนที่ระบบจะเริ่มมีผลบังคับใช้จริงในปี 2570 เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยในตลาดแรงงานญี่ปุ่น
ทั้งนี้ ผู้สนใจที่จะไปทำงานในต่างประเทศสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน
+++++++++++++++++++
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์



































