วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 17.30 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับนาย Gilbert F. Houngbo ผู้อำนวยการใหญ่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และคณะผู้แทน ILO ในโอกาสหารือทวิภาคี ณ ห้อง Library ชั้น 3 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างประเทศไทยกับ ILO และร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านการจ้างงานที่มีคุณค่าและความยุติธรรมทางสังคม
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับ ILO มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้แผนงานระดับชาติว่าด้วยงานที่มีคุณค่า (Thailand Decent Work Country Programme 2023–2027) ซึ่งมุ่งพัฒนาตลาดแรงงานให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการคุ้มครองทางสังคมและงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน ตลอดจนยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลและศักยภาพของภาครัฐ ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมทำงานร่วมกับ ILO อย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับความท้าทายในโลกของการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าศึกษาและผลักดันการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม โดยปัจจุบันประเทศไทยได้จัดตั้งคณะทำงานภาครัฐเพื่อศึกษาอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมจัดตั้งคณะทำงานไตรภาคีเพื่อศึกษาอนุสัญญาฉบับที่ 183 และ 189 โดยยึดหลักการหารือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการเจรจาทางสังคม
นอกจากนี้ ไทยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมต่อรูปแบบการจ้างงานใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ภายหลัง ILO มีมติรับรองมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศฉบับใหม่ว่าด้วยงานที่มีคุณค่าในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศฉบับแรกที่มุ่งเน้นเศรษฐกิจแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ โดยประเทศไทยมีความสนใจที่จะดำเนินการไปสู่การให้สัตยาบันภายใน 4 ปี พร้อมขอรับการสนับสนุนทางวิชาการจาก ILO ในการทบทวนและพัฒนากฎหมายและนโยบายให้สามารถคุ้มครองสิทธิและสภาพการทำงานของแรงงานแพลตฟอร์มได้อย่างเหมาะสม
ในโอกาสเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้แสดงเจตจำนงอย่างเป็นทางการในการเข้าร่วม “Global Coalition for Social Justice” หรือเครือข่ายความยุติธรรมทางสังคม ซึ่งริเริ่มโดย ILO เมื่อปี 2566 และปัจจุบันมีรัฐบาลและภาคีต่าง ๆ เข้าร่วมแล้วมากกว่า 100 แห่ง โดยประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับ ILO และภาคีต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนวาระความยุติธรรมทางสังคมและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมยื่นหนังสือยืนยันเจตจำนงเข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวต่อผู้อำนวยการใหญ่ ILO
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานยังมีความร่วมมือกับ ILO ในหลากหลายมิติ อาทิ การบริหารจัดการและคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ การย้ายถิ่นแรงงานอย่างเป็นธรรม การคุ้มครองแรงงานในภาคประมง การส่งเสริมงานที่มีคุณค่า การพัฒนาบริการจัดหางาน ตลอดจนการส่งเสริมหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างไทยกับ ILO ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานแรงงานและระบบการคุ้มครองแรงงานของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง
















