วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หารือทวิภาคีกับ H.E. Mr. Kim Younghoon รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน สาธารณรัฐเกาหลี และคณะ ณ ห้อง Library ชั้น 3 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในห้วงการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระชับความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการจัดส่งแรงงานไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment Permit System: EPS) พร้อมขอให้ฝ่ายเกาหลีสนับสนุนโอกาสการจ้างแรงงานไทยเพิ่มขึ้นในภาคการผลิตและสาขาอื่นที่มีความต้องการแรงงาน รวมถึงเพิ่มการจับคู่ระหว่างนายจ้างเกาหลีกับแรงงานไทยที่ผ่านการทดสอบและมีความพร้อมเดินทางไปทำงาน ทั้งนี้ ปี 2569 ไทยได้รับการจัดสรรโควตาแรงงานภายใต้ระบบ EPS จำนวน 2,800 คน ขณะที่กรมการจัดหางานได้เปิดรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน เพื่อเตรียมแรงงานอีก 3,300 คน เสนอให้นายจ้างเกาหลีพิจารณาคัดเลือก

“ฝ่ายไทยพร้อมดูแลกระบวนการจัดส่งแรงงานตั้งแต่ต้นทางอย่างเป็นระบบ ทั้งการคัดกรอง เตรียมความพร้อม และติดตามแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ฝ่ายเกาหลี พร้อมเสนอให้แรงงานในระบบ EPS ที่ถูกเลิกจ้างหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างได้รับโอกาสในการหางานใหม่มากขึ้น โดยพิจารณาขยายระยะเวลาหางานจาก 90 วัน เป็น 120 วัน เพื่อให้แรงงานสามารถอยู่ในระบบการจ้างงานที่ถูกต้องได้อย่างต่อเนื่อง” นายจุลพันธ์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล วีซ่า E-8 กระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรการดูแลตั้งแต่ก่อนเดินทาง ทั้งการให้ความรู้ การจัดทำหนังสือรับรองความประพฤติ การอบรมเกี่ยวกับลักษณะงานและสภาพการจ้าง ตลอดจนใช้ระบบติดตามและการรายงานตัว เพื่อให้สามารถตรวจสอบและประสานความช่วยเหลือแรงงานได้อย่างรวดเร็ว พร้อมขอความร่วมมือฝ่ายเกาหลีในการกำกับดูแลนายจ้างให้ปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงพัฒนาช่องทางรับเรื่องร้องเรียนให้แรงงานเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยไทยเสนอเพิ่มความร่วมมือด้านภาษาเกาหลี ทักษะวิชาชีพ ความปลอดภัยในการทำงาน และทักษะดิจิทัล รวมถึงการต่อยอดแรงงานฝีมือในสาขาที่เกาหลีมีความต้องการ ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานไทยได้เดินหน้าพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ผ่านแพลตฟอร์ม DSD Online Training ซึ่งมีหลักสูตรกว่า 300 หลักสูตร เพื่อยกระดับทักษะและเตรียมกำลังคนรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในอนาคต
นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงแรงงานพร้อมทำงานร่วมกับสาธารณรัฐเกาหลีอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายโอกาสการจ้างงานที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นธรรม ควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงานไทยให้มีศักยภาพตรงกับความต้องการของนายจ้าง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น



















