
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ผู้พ้นโทษ ผู้ต้องขังที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ หรือเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ระหว่างกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมี นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน และพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายเสกสิทธิ์ สวรรยาธิปัติ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงยุติธรรม หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ณ เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพมหานคร

.
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสในการมีงานทำและรายได้ที่มั่นคงแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้พ้นโทษเด็กและเยาวชนที่เคยหลงผิด เนื่องจากการมีอาชีพสุจริต คือรากฐานสำคัญของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเปรียบเสมือน “การเปิดประตูแห่งโอกาส” ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความมั่นคงทางสังคม และช่วยให้ผู้พ้นโทษได้กลับมามีที่ยืนในสังคมได้อย่างมีคุณค่าอีกครั้ง โดยเปลี่ยนแนวคิดจาก “การแก้ปัญหาภายหลัง” ไปสู่ “การสร้างโอกาสก่อนเกิดปัญหา” ผ่านการ พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน จัดหางาน แนะแนวอาชีพ และการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ พร้อมประสานสถานประกอบการเปิดรับแรงงานกลุ่มเป้าหมาย โดยยึดหลักการพิจารณาศักยภาพและความพร้อมในการทำงานมากกว่าอดีตของบุคคล สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นายจ้างผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

“งาน” ไม่ใช่เพียงแหล่งรายได้ แต่เป็นกลไกสำคัญในการคืนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ สร้างความปลอดภัยให้สังคม และช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานของภาคธุรกิจ กระทรวงแรงงานตั้งเป้าผลักดันผู้พ้นโทษและกลุ่มเปราะบางเข้าสู่การจ้างงานไม่น้อยกว่า 500 คน ภายในปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนตลาดแรงงานที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ” รมว. แรงงาน กล่าว























