Skip to main content

ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบ รักษาการฯ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวปราศรัยหัวข้อ “บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้างและประโยชน์ที่จะเกิดต่อทุนมนุษย์ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย”

รายละเอียดเนื้อหา

          วันที่ 28 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวปราศรัยในหัวข้อ “บทบาทของภาครัฐในการส่งเสริมวันลาเลี้ยงดูบุตรแบบได้รับค่าจ้างและประโยชน์ที่จะเกิดต่อทุนมนุษย์ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย” ในงานสัมมนาและเปิดตัวรายงานการสนับสนุนพ่อแม่มือใหม่ ด้วยวันหยุดเลี้ยงดูบุตร : สถานการณ์ปัจจุบัน แนวปฏิบัติ และการขับเคลื่อนต่อไป โดยมี นายวิชิต อินทรเจริญ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน นางสาวนันทินี ทรัพย์ศิริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ สำนักงานประกันสังคม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ ห้องสุรศักดิ์ ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพมหานคร
 
          นางสาวบุปผา กล่าวว่า กระทรวงแรงงานนำโดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีมาตรการที่ช่วยคลายความกังวลในการเลี้ยงบุตรให้กับผู้ใช้แรงงานที่เป็นพ่อแม่มือใหม่และเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 เช่น การให้เงินสงเคราะห์บุตร 800 บาทต่อเดือน และจะเพิ่มเป็น 1,000 บาทในปี 2568 การส่งเสริมให้คุณแม่สามารถลาคลอดและเลี้ยงดูบุตรได้ 98 วัน โดยได้รับค่าจ้างตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในประเด็นสิทธิการลาคลอดสำหรับลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์และการลาเพื่อดูแลช่วยเหลือภรรยาที่คลอดบุตรสำหรับลูกจ้างชาย โดยในปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ… ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 1 และอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯ แล้ว หากได้รับความเห็นชอบและได้มีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญในการพัฒนาประเทศไทย ทั้งนี้ นอกจากผู้ใช้แรงงานที่เป็นผู้ประกันตนที่มีนายจ้างตามมาตรา 33 แล้ว ผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานอิสระตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการได้รับเงินสงเคราะห์บุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ เดือนละ 200 บาท/คน/เดือน (คราวละไม่เกิน 2 คน) นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังเห็นถึงความสำคัญของการได้รับโภชนาการที่ดีและเหมาะสมสำหรับเด็กในช่วงอายุ 0 – 3 ปี จึงได้มีมาตรการส่งเสริมการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการเป็นสวัสดิการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เพื่อรณรงค์และสนับสนุนให้นายจ้างและลูกจ้าง เห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทำงานอย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
           “กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการโดยให้ความสำคัญและตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาทุนมนุษย์ และหันมาลงทุนกับผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะพ่อแม่ ซึ่งส่งผลต่อยอดไปถึงการลงทุนในเด็ก ซึ่งถือมีความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อลดความกังวลใจในการเลี้ยงดูบุตร ลดภาระค่าใช้จ่าย และให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องการมีบุตร” นางสาวบุปผา กล่าว
 
————————————————
 
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
28 ตุลาคม 2567
TOP