เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย พร้อมด้วย นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำรัฐคูเวต และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการด้านแรงงาน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันแรงงานไทยเข้าสู่ตลาดตะวันออกกลาง โดยมี นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายมงคล สงคราม รองอธิบดีกรมการจัดหางาน นายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้อำนวยการสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับและหารือ ณ ห้องรับรองปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น 7 อาคารกระทรวงแรงงาน
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนไทยไปทำงานต่างประเทศ เพื่อแสดงศักยภาพของแรงงานไทยในเวทีโลก ซึ่งการส่งคนไทยไปทำงานต่างประเทศเหมือนเป็นการยกระดับคุณภาพแรงงาน เพื่อบ่งบอกว่าคนไทยทำงานได้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ต้องการแรงงานที่มีทักษะ (Skilled Labor) มากกว่าแรงงานระดับล่าง ซึ่งในปัจจุบันต้องยอมรับว่าภาษาเป็นข้อจำกัดหลัก รวมถึงปัจจัยเรื่อง “ค่าจ้าง” เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนไทยตัดสินใจไปทำงาน
โดยปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เสนอให้ใช้ธุรกิจร้านอาหารไทยหรือบริการนวดสปาในต่างประเทศเป็นช่องทางเชื่อมโยงแรงงานไทยที่มีคุณภาพ เพราะมีความปลอดภัยและได้รับการดูแลในสังคมไทยด้วยกัน ทั้งนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับแรงงานที่กลับมาพำนักในประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษในระดับสูง แต่ขาดโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในไทย เนื่องจากติดปัญหาด้านภาษา และการเทียบวุฒิการศึกษา ซึ่งควรให้ความสำคัญกับแรงงานทั้งไปและกลับ
ด้าน นายพงศ์ปราชญ์ มากแจ้ง เอกอัครราชทูตประจำราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดแรงงานในซาอุดีอาระเบียหลังการฟื้นฟูความสัมพันธ์ว่า แรงงานไทยในซาอุฯ มีลักษณะต่างจากกลุ่มประเทศ อื่น ๆ เนื่องจากความสัมพันธ์ที่หยุดชะงักไปกว่า 30 ปี ทำให้แรงงานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มตกค้างที่อายุมากแล้ว ซึ่งแรงงานไทยรุ่นใหม่เริ่มเข้าไปบ้างแต่ยังไม่มากนัก แต่ในภาคอุตสาหกรรมยังมีความต้องการแรงงานเกี่ยวกับช่างฝีมือ ช่างเชื่อม และเจ้าหน้าที่เทคนิค เพื่อรองรับการขยายตัวของท่าเรือเจดดาห์ โดยปัจจุบันซาอุฯ กำลังพัฒนาเมืองอย่างก้าวกระโดด ซึ่งต้องการแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคบริการที่แรงงานไทยมีศักยภาพ ทั้งนี้ ได้เสนอให้นำผู้ประกอบการไทยที่ต้องการบุคลากรสายภาษาอาหรับและภาษาอังกฤษ เข้าไปช่วยเพิ่มทักษะให้คนไทยที่พำนักในซาอุฯ อยู่แล้ว พร้อมสัมภาษณ์และรับเด็กไทยที่กำลังจะเรียนจบในซาอุฯ หรือตะวันออกกลางเข้าทำงานได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาการเข้าสู่ตลาดแรงงานไทยเมื่อกลับมา
ด้าน นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเสริมว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน พร้อมสนับสนุน คอร์สฝึกอบรมออนไลน์ ในสาขาต่าง ๆ เช่น การทำอาหาร หรือเสริมสวย เป็นต้น พร้อมมอบวุฒิบัตรให้กับคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ หรือหลักสูตรตามความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถออกแบบหลักสูตรเฉพาะทางได้ เช่น การเชื่อมต่อเรือ หรือช่างประเภทอื่น ๆ ตามที่ตลาดต้องการและพร้อมดำเนินการทดสอบมาตรฐานให้กับแรงงานที่ทำงานอยู่แล้วในต่างประเทศ เพื่อให้ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
การหารือในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานร่วมกันให้ตรงตามความต้องการของตลาดสมัยใหม่ อาทิเช่น กลุ่มช่างเทคนิค และงานบริการระดับสูง รวมทั้งความท้าทายด้านภาษา นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตทั้งสองประเทศยังเสนอแนวทางการดูแลกลุ่มคนไทยตกค้าง และนักเรียนไทยในต่างแดนเพื่อดึงศักยภาพด้านภาษามาใช้ประโยชน์ในตลาดแรงงานไทย ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตทั้งสองแห่งยินดีที่จะให้สถานทูตเป็นศูนย์กลางการประสานงาน เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพที่มีคุณภาพและสร้างรายได้ที่คุ้มค่าให้กับคนไทยในอนาคตต่อไป.























