พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงนโยบาย “ผลกระทบ โอกาส และความท้าทายต่อภาคแรงงานไทยจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาพลังงาน”จากกองเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน ว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดแรงงานโลกในปัจจุบันมีความผันผวนและซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ราคาพลังงาน การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสามารถส่งผ่านมายังภาคการผลิต การลงทุน การจ้างงาน รายได้ และความต้องการทักษะแรงงานของไทยได้
ปลัดกระทรวงแรงงาน ยังกล่าวต่อว่า ผลการวิเคราะห์ในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า ประเด็นที่ต้องจับตามองไม่ได้มีเพียงจำนวนผู้มีงานทำหรืออัตราการว่างงานเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงาน ทั้งความต้องการทักษะใหม่ การเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งงาน และคุณภาพการจ้างงาน โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะทำซ้ำๆ เป็นกิจวัตรประจำวัน อาจมีเนื้อหางานเปลี่ยนแปลงจากระบบอัตโนมัติ และ AI ขณะที่ทักษะด้านเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล การควบคุมระบบอัตโนมัติ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงความรู้ด้านมาตรฐานการค้าและแรงงานระหว่างประเทศ จะมีความสำคัญเพิ่มขึ้น
“โจทย์ของกระทรวงแรงงาน จึงไม่ใช่รอให้เกิดการว่างงานแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องมองเห็นสัญญาณล่วงหน้ารู้ว่าอุตสาหกรรมใด พื้นที่ใด และแรงงานกลุ่มใด กำลังได้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมทักษะ ตำแหน่งงานและมาตรการช่วยเหลือให้ทันก่อนที่ปัญหาจะขยายตัว” ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าว
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า แนวทางสำคัญในระยะเร่งด่วน คือการพัฒนากลไกเฝ้าระวังผลกระทบด้านการค้า – พลังงาน – แรงงาน แบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญ เช่น คำสั่งซื้อ การส่งออก การใช้กำลังการผลิต ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา การเลิกจ้างหรือหยุดกิจการ ตำแหน่งงานว่าง และราคาพลังงาน เพื่อให้สามารถตรวจจับสัญญาณความเปลี่ยนแปลงและกำหนดมาตรการได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะต้องเชื่อมระบบเตือนภัยเข้ากับมาตรการเชิงรุก ทั้งการฝึกอบรมระยะสั้นที่ตรงกับตำแหน่งงาน การจับคู่คนกับงาน การสนับสนุนการย้ายงานและเปลี่ยนอาชีพ ตลอดจนยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโต อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล ระบบดิจิทัล และพลังงานสะอาด
“เป้าหมายของกระทรวงแรงงาน คือทำให้แรงงานไทยไม่เพียงมีงานทำ แต่ต้องมีทักษะที่ตลาดต้องการ มีโอกาสเข้าสู่งานที่มีคุณภาพ และสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่อาชีพใหม่ได้เมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจเปลี่ยนไป กระทรวงแรงงานจึงจะเดินหน้าพัฒนาระบบข้อมูลตลาดแรงงานให้เชื่อมโยงกับข้อมูลด้านการศึกษา การลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม เพื่อคาดการณ์ความต้องการกำลังคนและใช้ข้อมูลนำการกำหนดนโยบายอย่างแม่นยำมากขึ้น” พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยใช้การวิเคราะห์เชิงนโยบายจากข้อมูลและหลักฐานของหน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่นำมาประกอบการกำหนดมาตรการด้านแรงงานเชิงรุก รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเสริมความสามารถในการปรับตัวของตลาดแรงงานไทย




