Skip to main content

ผู้ประกันตนเฮลั่น!! ครม.เคาะ “สูตร CARE” ปรับบำนาญชราภาพมิติใหม่ คิดฐานเงินเดือนทั้งชีวิต สร้างความเป็นธรรม สอดคล้องมาตรฐานสากล

รายละเอียดเนื้อหา

          วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำนาญและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตน เพื่อให้การได้รับสิทธิประโยชน์ที่มีความเป็นธรรม สอดคล้องกับการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงาน และเสริมสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคม
.
          นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีสาระสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณเงินบำนาญชราภาพจากเดิมที่ใช้สูตร Final Average Earnings (FAE) ซึ่งคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย มาเป็นสูตร Career Average Revalued Earnings (CARE) ที่คำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงาน พร้อมปรับมูลค่าค่าจ้างในอดีตให้เป็นมูลค่าปัจจุบันผ่านระบบคะแนนบำนาญ (Pension Points) เพื่อให้การคำนวณสะท้อนการส่งเงินสมทบ
ของผู้ประกันตนได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
.
          นอกจากนี้ ยังปรับหลักเกณฑ์การคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน ให้ได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบของผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน แม้จะส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือนก็ตาม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม
.
          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตน โดยผู้ที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพอยู่ก่อนวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้น โดยจะได้รับเงินเพิ่มตั้งแต่เดือนถัดจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ แต่หากคำนวณแล้วได้รับเงินลดลง จะยังคงได้รับเงินบำนาญในอัตราเดิม ขณะที่ผู้ประกันตนที่จะมีสิทธิรับบำนาญภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากคำนวณตามสูตรใหม่แล้วได้รับเงินบำนาญลดลง จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างตามสัดส่วนที่กำหนด ตั้งแต่ร้อยละ 100 ในปีแรก และทยอยลดลงจนถึงร้อยละ 20 ในปีที่ห้า
.
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รับการคำนวณเงินบำนาญที่สะท้อนการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงานมากยิ่งขึ้น มีความเป็นธรรม สมดุล และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ OECD ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคมในระยะยาว” นายจุลพันธ์ กล่าว

……………………………………………………………..

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
ศิรโชค กิ่งแก้ว – ภาพ

TOP