นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไตในไทยปี 2568 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (CKD) มากกว่า 1.12 ล้านคน โดยมีผู้ป่วยโรคไตรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 8 แสนคน ปัจจุบันมีคนไทยประมาณร้อยละ 17.6 ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในส่วนของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมได้ให้นโยบายแก่สำนักงาปนระกันสังคมให้ดูแลผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคไตตามมาตรฐานสากล และต้องไม่ด้อยกว่าสิทธิการรักษาอื่นๆตลอดจนดูแลสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการบำบัดทดแทนไต 4 วิธีหลักทั้ง “ ล้างไตผ่านช่องท้อง (CAPD)- ฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) – ปลูกถ่ายไต และการดูแลแบบประคับประคอง
รมว.แรงงาน กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ในการดูแลรักษาโรคไตสำหรับผู้ประกันตน ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาโรคไตทุกระยะโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยในส่วนของการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จ่ายสิทธิประโยชน์ในอัตราไม่เกิน 1,500 บาทต่อครั้ง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อสัปดาห์ หรือเดือนละ 18,000 บาท พร้อมยาฉีดอิริโธรปัวอิติน (Erythropoietin) และครอบคลุมค่าเตรียมหลอดเลือด รวมถึงเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามอัตราที่กำหนด โดยไม่จำกัดระยะเวลา ส่วนการล้างช่องท้องแบบถาวร ได้รับสิทธิไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท พร้อมยาฉีดอิริโธรปัวอิติน (Erythropoietin) และค่าวางท่อไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ภายในระยะเวลา 2 ปี หากมีความจำเป็นต้องวางท่อซ้ำภายใน 2 ปี สามารถเบิกจ่ายเพิ่มได้ไม่เกิน 10,000 บาท
นางสาวตรีนุช กล่าวอีกว่า หากผู้ประกันตนป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ที่ต้องทำการการล้างไตทางช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ จะได้รับสิทธิไม่เกิน 32,700 บาทต่อเดือนพร้อมยาฉีดอิริโธรปัวอิติน (Erythropoietin) หากถึงขั้นต้องมีการการปลูกถ่ายไต สิทธิประโยชน์จะครอบคลุมตั้งแต่การรักษาก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด รวมถึงการรับยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต โดยสิทธิการปลูกถ่ายไตมีสิทธิรับสิทธิประโยชน์เหมาจ่ายสูงสุดถึง 292,000 บาท
“สำนักงานประกันสังคมมีความห่วงใยผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคไตที่ต้องได้รับการรักษาดูแลไปตลอดชีวิต จึงควรได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั่วถึง เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถทำงานได้เป็นปกติและมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป” นางสาวตรีนุช กล่าวในที่สุด
+++++++++++++++++++
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์




