Skip to main content

‘จุลพันธ์’ ถกธนาคารโลก หนุนปฏิรูปแรงงานไทยสู่ “เศรษฐกิจงานดี” เดินหน้าสร้างฐานข้อมูลแห่งชาติ-เสริมความยั่งยืนประกันสังคม

รายละเอียดเนื้อหา

          วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือร่วมกับ Mr. Stephen N. Ndegwa ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา (Incoming Division Director for Thailand and Myanmar of World Bank) และคณะ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาตลาดแรงงานไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป โดยมี พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมหารือด้วย ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน
         สำหรับการหารือครอบคลุม 5 ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่  
         1. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจงานดีและการยกระดับทักษะแรงงาน โดยกระทรวงแรงงานมุ่งเปลี่ยนผ่านประเทศจากอุตสาหกรรมพึ่งพาแรงงานราคาถูกไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านนโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” ร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดยขอความร่วมมือจากธนาคารโลกในการประเมินผลและร่วมออกแบบโครงการนำร่อง 
         2. การยกระดับขีดความสามารถด้านข้อมูล การเตรียมจัดตั้งฐานข้อมูลแรงงานแห่งชาติภายในปี 2570 เพื่อรองรับระบบจับคู่งานอัจฉริยะ (Smart Job Matching) พร้อมขอรับการสนับสนุนจากธนาคารโลกในการพัฒนาเครื่องมือเตือนภัยตลาดแรงงาน และยกระดับศักยภาพบุคลากรในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก 
         3. การปฏิรูปการลงทุนกองทุนประกันสังคม เพื่อแก้ไขความเสี่ยงกรณีภาวะกองทุนมีความเสี่ยงที่จะหมดลงในช่วงปี 2594–2601 จากผลกระทบของสังคมสูงวัย กระทรวงแรงงานจึงรับฟังข้อเสนอแนะจากธนาคารโลกด้านการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ธรรมาภิบาลการลงทุน และการบริหารความเสี่ยงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน 
         4. การจัดทำ Thai Global Labor Opportunity Map โดยขอความร่วมมือจากธนาคารโลกในการสนับสนุนข้อมูลความต้องการแรงงานในตลาดโลก เพื่อวางแผนส่งออกแรงงานทักษะสูงอย่างเป็นระบบ และพัฒนาการฝึกอบรมตามมาตรฐานสากล 
         5. โครงการ Thailand Zero Dropout ในมิติแรงงาน โดยดำเนินการช่วยเหลือผู้หลุดออกจากระบบการศึกษา ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่ผ่านการยกระดับทักษะ และกลุ่มเยาวชนอายุ 15–17 ปี ผ่านการสร้างเส้นทางเรียนรู้และระบบฝึกงานที่มีคุณภาพ (Quality Apprenticeships) โดยนำกรณีศึกษาระดับสากลจากธนาคารโลกมาปรับใช้
         ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการดึงความเชี่ยวชาญระดับสากลมาสนับสนุนการปฏิรูปโครงสร้างแรงงานไทย ให้มีความพร้อมในการแข่งขัน และสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับระบบแรงงานของประเทศในระยะยาว

+++++++++++++++++++

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
นายปริยรณ พรหมสาขา ณ สกลนคร – ภาพและข่าว

TOP