เรียน คุณ Yuki กรณีของค่าจ้าง ตามกฎหมายนายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างให้ถูกต้องตามกำหนดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน เดือนหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง แม้ว่าลูกจ้างจะลาออกจากงาน แต่ในส่วนค่าจ้าง นายจ้างก็ยังต้องจ่ายตามจริงตามจำนวนวันที่ลูกจ้างทำงานมาค่ะ เมื่อพ้นกำหนดจ่ายค่าจ้างแล้วนายจ้างยังไม่จ่ายค่าจ้าง ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งรับผิดชอบในเขตพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ นอกจากนี้ท่านสามารถติดต่อปรึกษาได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ช่องทาง 1)สายด่วน 1546 2)สายด่วน 1506 กด 3 หรือ 3)สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพ ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์จากเว็ปไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน http://www.labour.go.th (เมนูติดต่อกรม) เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือหรือยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ที่ http://s90.labour.go.th/e_request/login.php
เรียน คุณ Jan กรณีลูกจ้างหน่วยงานรัฐเป็นไปตาม พรบ. จัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 4 และวันหยุด วันลา ต้องเป็นไปตามสัญญาที่ท่านได้ทำกับหน่วยงานต้นสังกัด หากท่านเห็นว่าไม่เป็นธรรม หรือมีข้อพิพาทท่านสามารถยื่นฟ้องได้ที่ศาลปกครอง
เรียน คุณแอม กรณีท่านติดโควิด (คือป่วย ย่อมมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ปีหนึ่ง (ปีปฏิทิน) ได้รับค่าจ้างในวันลาป่วย 30 วัน) ต้องตรวจสอบดูว่า ปี 2565 ท่านลาป่วยไปแล้วกี่วัน หากลาเกิน 30 วัน ท่าสามารถประสานสำนักงานประกันสังคมเพื่อตรวจสิทธิได้รับเงินกรณีโควิดได้ที่สายด่วน 1506 กด 1 และกรณีนายจ้างให้มาทำงานชดเชย 7 วันนั้นไม่สามารถกระทำได้ ดังนั้นหากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนหรือร้องทุกข์ได้ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด 76 จังหวัด หรือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือร้องผ่านระบบ E-Service ของกรมได้ที่ https://www.labour.go.th/index.php/e-services หากท่านประสงค์สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ติดต่อได้หลายช่องทาง
1. สายด่วนโทร 1506 กด 3
2. สายด่วน 1546
3. ติดติด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/ กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ จากเว็บไซต์ http://www.labour.go.th เมนูติดต่อกรม เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ท่านทำงาน หรือจังหวัดของท่าน
เรียน คุณ oratai
จากกรณีดังกล่าว ลาออกวันที่ 25 นายจ้าง สามารถใช้สิทธิ์ No Work No Pay โดยจ่ายค่าจ้างให้เท่ากับวันทำงานได้ ทั้งนี้ หากการลาออกให้มีผลจนถึงสิ้นเดือนลูกจ้างก็สามารถใช้สิทธิ์วันลาพักผ่อน (หากมี) อีก 5 วัน จนถึงสิ้นเดือนได้ ซึ่งจะทำให้มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันลาพักผ่อนดังกล่าว
เรียน เรียน คุณขี้สงสัย
กรณีลูกจ้างถูกนายจ้างเลิกจ้าง และลูกจ้างมีอายุงานครบ 120 วัน นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยจากการเลิกจ้างให้แก่ลูกจ้าง ตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เว้นแต่ลูกจ้างได้กระทำความผิดตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง กรณีของท่าน หากการเลิกจ้างมีสาเหตุจากการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน โดยหนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำความผิด อย่างไรก็ตามหากลูกจ้างเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้อง (คร.7) ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ ยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) ผ่านช่องทาง https://eservice.labour.go.th/
โดยท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้ https://www.youtube.com/watch?v=XYo16x4Y4PI
หรือ ยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) ผ่านช่องทาง https://eservice.labour.go.th/
โดยท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
เรียน คุณขี้สงสัย กรณีทำงานมา162วันพึ่งโดนใบเตือนครั้งแรกและหลังจากนั้น7วันโดนไล่ออกกระทันหัน โดยข้อหา ขาดลามาสายไม่รับผิดชอบงานครบ
จะยื่นว่างงานรับชดเชยรึอย่างไรได้บ้าง
ความผิดซ้ำใบเตือนนั้นโดยหลักต้องมีการเตือนสองครั้งในหนึ่งปี และเป็นความผิดในเรื่องเดียวกัน ดังนั้น กรณีดังกล่าวเป็นการเตือนครั้งเดียวและครั้งที่สองนายจ้างเลิกจ้างนั้น นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย และค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่ได้รับค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ ยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) ผ่านช่องทาง https://eservice.labour.go.th/
โดยท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้ https://www.youtube.com/watch?v=XYo16x4Y4PI
หรือ ยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) ผ่านช่องทาง https://eservice.labour.go.th/
โดยท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
เรียน ภัทรวรินทร์ กรณีทำงานเกิน 10 ปี ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม สามารถเรียกร้องค่าเสียหายในการเลืกจ้างไม่เป็นธรรม คิดเป็นอัตรา เท่าไหร่ค่ะ
หรือ สามารถเรียกร้องได้กี่ข้อ อะไรบ้าง กำลังเรียบเรียง ทำเรื่อร้องเรียนค่ะ แต่ยังสับสน ในกรณีการเลิกจ้างไม่เป็นท่านสามารถฟ้องศาลแรงงาน เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นธรรมหรือไม่ เพราะอำนาจในการพิจารณานั้นเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งท่านสามารถปรึกษานิติกรศาลแรงงานได้โดยตรงและฟ้องศาลได้โดยตรงโดยให้นิติกรศาลแรงงานช่วยเรียบเรียงให้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
เรียน คุณ Riri
ตอบข้อ 1 หากสัญญาของบริษัทฯ มีการระบุเกี่ยวกับการแจ้งลาออกก่อน 30 วัน ลูกจ้างควรบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อให้ถูกต้องตามกฎระเบียบของบริษัท
ตอบข้อ 2 เมื่อลูกจ้างสิ้นสมาชิกภาพด้วยเหตุซึ่งไม่ใช่กองทุนเลิก สมาชิกสามารถขอรับเงินที่ตนมีสิทธิได้รับทั้งก้อน โดยผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินจากกองทุนให้ลูกจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน และให้จ่ายรวมทั้งหมดคราวเดียวภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ (มาตรา 23 ตาม พ.ร.บ. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530)
ท่านสามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาและให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้ค่ะ
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2 หรือ
4) สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-service (ยื่นคำร้อง คร.7) ได้ที่ http://eservice.labour.go.th (24 ชั่วโมง)
เรื่องการลากิจ เป็นสิทธิของนายจ้างว่า จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติก็ได้
หากลูกจ้างคิดว่า การที่นายจ้างอนุมัติไปแล้ว แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้น
ไม่เป็นคุณกับลูกจ้าง ลูกจ้างสามารถเขียนคำร้อง
เขียนคำร้องทางระบบออนไลน์ ลิ้งค์
https://eservice.labour.go.th/
เพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานเข้าไปตรวจสอบ
หรือ ลูกจ้างช่วยติดต่อกลับ
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 02-660-2071 / 02-660-2199 หรือ
081-855-9180 / 081-867-9408 / 089-923-5491
ในวันเวลาราชการ 08.30 – 16.30 น.
เรียนคุณSupaktree
จากกรณีดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาและให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้ค่ะ
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2 หรือ
4) สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-service (ยื่นคำร้อง คร.7) ได้ที่ http://eservice.labour.go.th (24 ชั่วโมง)
เรียนคุณธงชัย เตียมประโคน
การยกเลิกการร้องเรียนหรือร้องทุกข์ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานที่รับเรื่องดังกล่าว หรือให้ติดต่อพนักงานตรวจแรงงานที่รับเรื่องเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานค่ะ
เรียนคุณ ชุติมา
จากกรณีดังกล่าว ขอแนะนำให้ท่านติดต่อสำนักงานประกันสังคมโดยตรง เนื่องจากพ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างแล้วค่ะ
ทั้งนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
1. สายด่วนสำนักงานประกันสังคม โทร 1506 กด 1
2. ช่องทางสำหรับสอบถามผ่าน live chat ของประกันสังคม http://www.sso1506.com/ssolivechat/
3. แจ้งเรื่องร้องเรียน http://61.91.204.85/sso/social/api_email.asp
4. ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ ที่ท่านทำงานอยู่ https://www.sso.go.th/wpr/main/general/webprovince_singleview_detail_1_185_0/368_368/
5. Facebook สำนักงานประกันสังคม https://web.facebook.com/ssofanpage
เรียน คุณวิกรานต งะสมัน
หากเป็นการยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านระบบ e-service คุณสามารถดำเนินการยกเลิกคำร้องได้ด้วยตนเองเลยค่ะ หรือหากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถโทรได้ที่ 026602071, 026602199 ในวันและเวลาทำการค่ะ
เรียนคุณ Wipawanee ขออนุญาตชี้แจงดังนี้ครับ
วันหยุดตามประเพณี ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น / กรณีของคุณ Wipawanee แม้จะทำงานยังไม่ครบ 120 วัน ก็มีสิทธิได้รับวันหยุดพักผ่อนตามประเพณีตามกฎหมาย
วันหยุดพักผ่อนประจำปี ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
และในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามมาตรา 62 คือ
(1) สําหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทําหรือไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทํางานตามจํานวนผลงานที่ทําได้สําหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคํานวณเป็นหน่วย
(2) สําหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทํา หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทํางานตามจํานวนผลงานที่ทําได้สําหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคํานวณเป็นหน่วย
หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม/ต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ในพื้นที่ที่สถานประกอบกิจการของท่านตั้งอยู่ ดังนี้
(1) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
(2) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
หรือ (3) ยื่นคำร้องผ่านระบบ E-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน https://eservice.labour.go.th/
เรียน คุณอุรุพงษ์ ลมลอย ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้นายจ้างประกาศกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างทราบเป็นการล่วงหน้าปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 13 วัน โดยรวมวันแรงงานแห่งชาติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้นายจ้างพิจารณากำหนดวันหยุดตามประเพณีจากวันหยุดราชการประจำปี วันหยุดทางศาสนาหรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งท้องถิ่น
ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันหยุดพักผ่อนประจำปี หากวันหยุดที่ท่านอ้างถึงเป็นวันหยุดตามประเพณีที่บริษัทประกาศกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามมาตรา 62 คือ
(1) สําหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทําหรือไม่น้อยกว่า 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทํางานตามจํานวนผลงานที่ทําได้สําหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคํานวณเป็นหน่วย
(2) สําหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทํางานตามจํานวนชั่วโมงที่ทํา หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทํางานตามจํานวนผลงานที่ทําได้สําหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคํานวณเป็นหน่วย
หากท่านต้องการสอบถามเพิ่มเติม ท่านสามารถติดต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ในพื้นที่ที่สถานประกอบกิจการของท่านตั้งอยู่ ดังนี้
(1) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
(2) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
หรือ (3) ยื่นคำร้องผ่านระบบ E-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน https://eservice.labour.go.th/