เรียน คุณ creyy
กรณีลูกจ้างแจ้งลาออกไม่ว่าจะโดยวาจา หรือเขียนใบลาออก ถือว่าไม่ประสงค์ทำงานกับนายจ้างหรือลาออก แต่หากแจ้งลาออกล่วงหน้าไม่เป็นไปตามระเบียบหรือลาออกกระทันหัน เมื่อครบกำหนดการจ่ายค่าจ้างนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างการทำงานที่คงเหลือให้ครบและถูกต้อง
หากนายจ้างไม่จ่ายสามารถร้องเรียนได้ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่/จังหวัดที่ท่านทำงานหรือที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่
รายละเอียดเบอร์โทรศัพท์และที่ตั้งสำนักงาน เพื่อติดต่อ พนักงานตรวจแรงงาน มีดังนี้ครับ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ ช่องทางการยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) https://eservice.labour.go.th/
ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
เรียน คูณ Pp
กรณีลูกจ้างแจ้งลาออกไม่ว่าจะโดยวาจา หรือเขียนใบลาออก ถือว่าไม่ประสงค์ทำงานกับนายจ้างหรือลาออก แต่หากแจ้งลาออกล่วงหน้าไม่เป็นไปตามระเบียบหรือลาออกกระทันหัน เมื่อครบกำหนดการจ่ายค่าจ้างนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างการทำงานที่คงเหลือให้ครบและถูกต้อง
หากนายจ้างไม่จ่ายสามารถร้องเรียนได้ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่/จังหวัดที่ท่านทำงานหรือที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่
รายละเอียดเบอร์โทรศัพท์และที่ตั้งสำนักงาน เพื่อติดต่อ พนักงานตรวจแรงงาน มีดังนี้ครับ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ ช่องทางการยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) https://eservice.labour.go.th/
ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
กรณีที่ลูกจ้างลาออกกะทันหันเป็นกรณีที่ลูกจ้างลาออกไม่ถูกต้องตามระเบียบของบริษัทเท่านั้น ไม่เป็นเหตุให้นายจ้างปฏิเสธการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างได้ โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าจ้างตามวันที่ลูกจ้างทำงานจริง และจะได้รับเมื่อถึงกำหนดวันจ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกัน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่นายจ้างเห็นว่าการลาออกกะทันหันของลูกจ้างได้ก่อให้เกิดความเสียหาย นายจ้างก็สามารถฟ้องต่อศาล โดยต้องนำสืบพยานพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าเกิดความเสียหาย ศาลจึงจะพิพากษาให้ลูกจ้างชดใช้ค่าเสียหายให้นายจ้างได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔ กำหนดไว้ว่า พระราชบัญญัตินี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นลูกจ้างของหน่วยงานราชการจึงไม่ได้รับเงินชดเชยหรือเงินตอบแทนหลังเกษียณอายุตามหลักเกณฑ์ที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ กำหนดไว้
ทั้งนี้ ท่านสามารถติดต่อสอบถามขอคำปรึกษาจากพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
เรียน คุณนาวิน
ท่านสามารถติดต่อสอบถามขอคำปรึกษาจากพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2 หรือ
4) สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-service (ยื่นคำร้อง คร.7) ได้ที่ http://eservice.labour.go.th (24 ชั่วโมง)
เรียน คุณ sutee
กรณีของท่านช่วงการกักตัว เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการในการป้องกันโรคติดต่อไวรัสโควิด-19 นายจ้างอาจให้ลูกจ้างใช้สิทธิลาป่วย ซึ่งการลาป่วยเกิน 3 วันทำงาน ลูกจ้างควรแสดงใบรับรองแพทย์ประกอบการลาและยื่นลาป่วยเพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบ โดยนายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยให้แก่ลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่ลา ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน แต่ทั้งนี้นายจ้างและลูกจ้างสามารถเจรจากันและเป็นไปตามที่ตกลงกันหรือลูกจ้างจะใช้สิทธิอย่างอื่นที่มีก็ได้ค่ะ เช่น หยุดพักผ่อน ลากิจ หรือลาโดยไม่ขอรับค่าจ้าง (leave with out pay) หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถขอคำปรึกษาได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีให้เลือกหลายช่องทาง ดังนี้
1. สายด่วน 1546
2. สายด่วน 1506 กด 3
3. ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพมหานครพื้นที่ ได้จากเว็บไซต์กรม (www.labour.go.th) เมนูติดต่อกรม เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หรือจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ หรือหากท่านมีความประสงค์จะยื่นคำร้อง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จัดทำระบบยื่นคำร้องออนไลน์ ตาม Link นี้ https://eservice.labour.go.th/
เรียน คุณปัญญดา
กรณีลูกจ้างแจ้งลาออกไม่ว่าจะโดยวาจาหรือเขียนหนังสือใบลาออก ถือว่าไม่ประสงค์จะทำงานกับนายจ้าง (ลาออก) แต่หากลูกจ้างแจ้งลาออกล่วงหน้าไม่เป็นไปตามระเบียบหรือลาออกกะทันหันและเมื่อครบกำหนดการจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างการทำงานที่คงเหลือให้ครบและถูกต้องครับ
หากนายจ้างไม่จ่ายสามารถร้องเรียนได้ต่อพนักงานตรวจแรงงาน ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่/จังหวัดที่ท่านทำงานหรือที่สถานประกอบกิจการตั้งอยู่
รายละเอียดเบอร์โทรศัพท์และที่ตั้งสำนักงาน เพื่อติดต่อ พนักงานตรวจแรงงาน มีดังนี้ครับ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ ช่องทางการยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) https://eservice.labour.go.th/
ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุด สำหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด (ลูกจ้างรายวัน/รายชั่วโมง/ ตามผลงาน) ให้จ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่า 2 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
การเกษียณอายุ ให้ถือว่าเป็นการเลิกจ้างและได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายกรณีนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ลูกจ้างเกษียณก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ให้ถือว่าการเกษียณอายุเป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างนั้น หรือกรณีนายจ้างกำหนดอายุเกษียณไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้างให้ลูกจ้างเกษียณอายุเกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์ หรือไม่ได้มีการกำหนดการเกษียณอายุไว้ลูกจ้างมีสิทธิขอเกษียณอายุโดยแสดงเจตนาต่อนายจ้างได้เมื่อมีอายุครบ 60 ปีขึ้นไปและให้มีผลเมื่อครบ 30 วันหลังการแสดงเจตนานั้น
ลูกจ้างใหม่ หรืออยู่ในช่วงทดลองงานมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เหมือนกับลูกจ้างประจำครับ ดังนั้น หากนายจ้างให้ทำงานในวันหยุดท่านย่อมมีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุดด้วย เมื่อนายจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้อง ท่านสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่/จังหวัดที่ท่านทำงาน หรือยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านทางลิ้งค์ : https://eservice.labour.go.th/
** วีดีโอแนะนำการยื่นคำร้อง (คร.๗) ออนไลน์ https://www.youtube.com/watch?v=-XacJXnHWA8 หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีข้อเท็จจริงที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทร ๐๒๖๖๐๒๑๙๙, ๐๒๖๖๐๒๐๗๑ (ในวันและเวลาราชการ)
การที่นายจ้างได้ประกาศวันหยุดตามประเพณีไปแล้ว เปลี่ยนไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นสภาพการจ้างงานไปแล้ว หากจะมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง ก็ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง อย่างไรก็ตาม วันแรงงานกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องกำหนดให้เป็นวันหยุดตามประเพณี เว้นแต่เป็นกรณีที่ตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ก็ให้เลื่อนไปหยุดในวันทำงานวันถัดไป การที่นายจ้างให้ไปหยุดวันอื่นแทนก็ต้องถือว่านายจ้างให้ทำงานในวันแรงงาน สำหรับลูกจ้างรายเดือนต้องจ่ายเพิ่มอีก 1 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ (ลูกจ้างรายวัน/ตามผลงาน จ่าย 2 เท่า)
กรณีลูกจ้างติดโควิด ลูกจ้างจึงมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 30 วันทำงาน หากนายจ้างไม่จ่ายหรือจ่ายไม่ถูกต้อง ท่านสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่/จังหวัดที่ท่านทำงาน หรือยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านทางลิ้งค์ : https://eservice.labour.go.th/
** วีดีโอแนะนำการยื่นคำร้อง (คร.๗) ออนไลน์ https://www.youtube.com/watch?v=-XacJXnHWA8
หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีข้อเท็จจริงที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ กองคุ้มครองแรงงาน โทร ๐๒๖๖๐๒๑๙๙, ๐๒๖๖๐๒๐๗๑ (ในวันและเวลาราชการ)
เรียน คุณ chanamon เนื่องจากต้องสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมค่ะ ว่าลูกจ้างเป็นลูกจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วยหรือไม่ หากเป็นลูกจ้างที่ทำงานบ้านโดยมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย การกำหนดสภาพการจ้างการทำงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงานจะกำหนดแตกต่างไปจากงานทั่วไปค่ะ ซึ่งจะมีการกำหนดไว้ตามกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 14 แต่หากลูกจ้างทำงานบ้านในสำนักงาน ร้านค้า หรือบริษัทฯ ของนายจ้าง การกำหนดสภาพการจ้างตามกฎหมายจะเหมือนกับลูกจ้างที่ทำงานในสถานประกอบกิจการทั่วไป ซึ่งลูกจ้างที่ทำงานบ้านในบ้าน กับลูกจ้างที่ทำงานบ้านที่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย กฎหมายจะกำหนดในเรื่องเกี่ยวกับสภาพการจ้างและการทำงานแตกต่างกันหลายเรื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง จึงแนะนำให้ติดต่อปรึกษาได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ที่ช่องทาง
1) สายด่วน 1546
2) สายด่วน 1506 กด 3 หรือ
3) สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพ ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์จากเว็ปไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน http://www.labour.go.th (เมนู ติดต่อกรม) เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือ หรือยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ ที่ http://s90.labour.go.th/e_request/login.php
เรียน คุณ Shishika หากข้อเท็จจริงพบว่า ลูกจ้างมีการทำงานกับนายจ้างติดต่อกันมาตั้งแต่ 120 วันขึ้นไป แล้วนายจ้างเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างมิได้กระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 แห่ง พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยก่รณีเลิกจ้างดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างตามอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับ และตามอายุงานของลูกจ้างซึ่งเป็นไปตามมาตรา 118 กรณีที่นายจ้างมีการต่อการทดลองงานกับลูกจ้างหลายครั้งอาจเป็นการเจตนาที่จะไม่ให้ลูกจ้างได้รับสิทธิเรื่องค่าชดเชย ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ตามมาตรา 20 การนับอายุงานจึงให้นับตามระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานติดต่อกันมาจริงค่ะ หากนายจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้อง ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งรับผิดชอบในเขตพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ นอกจากนี้ท่านสามารถติดต่อปรึกษาได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ช่องทาง 1)สายด่วน 1546 2)สายด่วน 1506 กด 3 หรือ 3)สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพ ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์จากเว็ปไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน http://www.labour.go.th (เมนูติดต่อกรม) เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือหรือยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ที่ http://s90.labour.go.th/e_request/login.php
เรียนคุณ Sirinya กรณีของค่าจ้าง ตามกฎหมายนายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างให้ถูกต้องตามกำหนดเวลาที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน เดือนหนึ่งไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง แม้ว่าลูกจ้างจะลาออกจากงาน แต่ในส่วนค่าจ้าง นายจ้างก็ยังต้องจ่ายตามจริงตามจำนวนวันที่ลูกจ้างทำงานมาค่ะ เมื่อพ้นกำหนดจ่ายค่าจ้างแล้วนายจ้างยังไม่จ่ายค่าจ้าง ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งรับผิดชอบในเขตพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ นอกจากนี้ท่านสามารถติดต่อปรึกษาได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ที่ช่องทาง 1)สายด่วน 1546 2)สายด่วน 1506 กด 3 หรือ 3)สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพ ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์จากเว็ปไซต์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน http://www.labour.go.th (เมนูติดต่อกรม) เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ท่านทำงานหรืออาศัยอยู่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือหรือยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ที่ http://s90.labour.go.th/e_request/login.php