เรียน คุณ mini 298027 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา ลูกจ้างสามารถแจ้งลาออกล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือบอกกล่าวด้วยวาจา ซึ่งกรณีที่นายจ้างได้ประกาศรับสมัครลูกจ้างใหม่เพื่อทดแทนการลาออกนั้น หมายถึงนายจ้างรับทราบการลาออกดังกล่าวแล้ว แต่ทั้งนี้ท่านควรตรวจสอบเงื่อนไขและระเบียบการลาออกของบริษัทของท่านอีกครั้งครับ หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด หรือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ในพื้นที่ของท่านครับ
เรียน คุณ Apinya Rerm
กรณีลูกจ้างติดเชื้อโควิดและได้ลาป่วยเพื่อรักษาตัว นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างปีละไม่เกิน 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการลาป่วยตั้งแต่สามวันขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ได้ ซึ่งการติดเชื้อโควิด ลูกจ้างอาจแสดงหลักฐานที่เห็นได้ว่าติดเชื้อและต้องทำการรักษาตัว ต่อนายจ้างได้ค่ะ ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วย ให้ร้องเรียนต่อ พนักงานตรวจแรงงาน ท้องที่ที่ทำงานค่ะ
ท่านสามารถดูรายละเอียดเบอร์โทรศัพท์และที่ตั้งสำนักงาน เพื่อติดต่อ พนักงานตรวจแรงงาน ได้ตามนี้ค่ะ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ
ช่องทางการยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) https://eservice.labour.go.th/
ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
เบื้องต้นควรแจ้งให้นายจ้างทราบถึงความเสี่ยง และสังเกตอาการของตนเอง
หากมีความผิดปกติ ควรตรวจให้ทราบผลแน่ชัด หากติดเชื้อจริงสามารถใช้สิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริงโดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่า ๓๐ วันทำงาน ทั้งนี้ นายจ้างอาจตกลงกับลูกจ้างให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตามหลักสัญญาต่างตอบแทน (No Work No Pay) หรือให้หยุดงานโดยจ่ายค่าจ้างตามจำนวนตามที่ตกลงกับลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่หยุดงาน
ทั้งนี้ หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านสามารถติดต่อ
สอบถามพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2 หรือ
4) สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-service (ยื่นคำร้อง คร.7) ได้ที่ http://eservice.labour.go.th (24 ชั่วโมง)
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า “ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้… (6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย” และมาตรา 118 วรรคสอง กำหนดว่า “การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป” ดังนั้น การไม่ต่อสัญญาจึงถือเป็นการเลิกจ้างตามความหมายในมาตรานี้ด้วย
เรียน คุณ ์niituz เงินค่าจ้างคือเงินที่นายจ้างจ่ายตอบแทนการทำงานของลูกจ้าง ปกติถึงแม้จะเป็นลูกจ้างรายวันนายจ้างมีหน้าที่กำหนดวันและเวลาทำงานปกติ ตามคำถามยังไม่มีข้อเท็จจริงว่าเป็นลูกจ้างนายจ้างแล้วหรือยัง และมีตกลงการทำงานแล้วหรือไม่ และอยู่ในระบบประกันสังคมแล้วหรือยัง จึงไม่สามรถสรุปได้ว่าจะได้รับสิทธิทางใดระหว่างนายจ้าง หรือ สิทธิประโยชน์จากสำนักงานประกันสังคม (หากเป็นลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม การกั๊กตัวเพราะโควิด 19 หรือติดเชื้อโควิด นั้น ประกันสังคมจะให้แสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับสิทธิได้ตามเงื่อนไขของประกันสังคม ซึ่งสามารถยื่นผ่านระบบ E-Service ของสำนักงานประกันสังคมได้ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วน 1506 กด 1) แต่โดยปกติเมื่อไม่มีการทำงานให้นายจ้างและไม่ใช่วันทำงานที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างหยุดงาน นายจ้างอาจจะไม่อยู่ในวิสัยที่ต้องจ่ายค่าจ้างตามหลัก No Work No Pay
ดังนั้นหากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนหรือร้องทุกข์ได้ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด 76 จังหวัด หรือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือร้องผ่านระบบ E-Service ของกรมได้ที่ https://www.labour.go.th/index.php/e-services หากท่านประสงค์สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ติดต่อได้หลายช่องทาง
1. สายด่วนโทร 1506 กด 3
2. สายด่วน 1546
3. ติดติด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/ กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ จากเว็บไซต์ http://www.labour.go.th เมนูติดต่อกรม เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ท่านทำงาน หรือจังหวัดของท่าน
เรียน คุณ 1234 ตามที่ท่านสอบถามเกี่ยวการมอบหมายให้ลูกจ้างทำงานที่บ้าน WFH ระหว่างที่ลูกจ้างลาป่วยนั้น ก่อนอื่นต้องขอชี้แจงสิทธิวันลาป่วยของลูกจ้าง ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ปีหนึ่งได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยไม่น้อยกว่า 30 วัน และหากลาป่วยเกิน 30 วัน ลูกจ้างต้องขอรับสิทธิประโยชน์กับสำนักงานประกันสังคมครับ กรณีที่นายจ้างมีการมอบหมายงานให้ทำระหว่างลาป่วยนั้น เป็นการทำงานที่บ้าน WFH ลูกจ้างจึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างตอบแทนการทำงานในวันนั้น ไม่ใช่ได้รับค่าจ้างในวันทำงานในวันลาป่วย ไม่เหมือนวันหยุดครับ ดังนั้นนายจ้างจึงมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างตอบแทนการทำงาน ดังนั้นหากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนหรือร้องทุกข์ได้ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด 76 จังหวัด หรือ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือร้องผ่านระบบ E-Service ของกรมได้ที่ https://www.labour.go.th/index.php/e-services หากท่านประสงค์สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่…กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ติดต่อได้หลายช่องทาง
1. สายด่วนโทร 1506 กด 3
2. สายด่วน 1546
3. ติดติด สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/ กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ จากเว็บไซต์ http://www.labour.go.th เมนูติดต่อกรม เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่ท่านทำงาน หรือจังหวัดของท่าน
จากกรณีคำถามของท่าน…ขออธิบายในทางกฎหมายแรงงานตาม “พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม” มาตรา 17 วรรคหนึ่ง “สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ” กล่าวคือ เมื่อครบกำหนดเวลาสัญญาจ้างแล้ว นายจ้างไม่ต้องเตือนหรือบอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อเลิกจ้าง เพราะลูกจ้างย่อมรู้อยู่แล้วว่าสัญญาจ้างของตนมีกำหนดระยะเวลานานเท่าใดและจะสิ้นสุดลงเมื่อใด อนุมานว่าสัญญาจ้างของท่าน ซึ่งท่านได้ทำการสอนในโรงเรียนเอกชนแล้วจะสิ้นสุดการจ้างเมื่ออายุครบ 60 ปี นั้น ในทางกฎหมายได้ให้สิทธิในการรับเงินชดเชยการเกษียณเช่นเดียวกับการเลิกจ้าง กรณีที่ 1 ซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชยเกษียณอายุ ตาม “มาตรา 118/1 การเกษียณอายุตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน หรือตามที่นายจ้างกำหนดไว้ให้ถือว่าเป็นการเลิกจ้างตามมาตรา 118 วรรคสอง ในกรณีที่มิได้มีการตกลงหรือกำหนดการเกษียณอายุไว้ หรือมีการตกลง หรือกำหนดการเกษียณอายุไว้เกินหกสิบปีให้ลูกจ้างที่มีอายุครบหกสิบปีขึ้นไป มีสิทธิแสดงเจตนาเกษียณอายุได้โดยให้แสดงเจตนาต่อนายจ้างและให้มีผล เมื่อครบสามสิบวันนับแต่วันแสดงเจตนา และให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ ลูกจ้างที่เกษียณอายุนั้น ตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง”
กรณีที่ 2 สิทธิประโยชน์หลังเกษียณประกันสังคม ของสำนักงานประกันสังคม จะมอบสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยส่งเงินสมทบเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นเงินออมหลังเกษียณ หรือที่เราเรียกกันว่า เงินบำเหน็จ และ เงินบำนาญชราภาพ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประกันสังคมติดต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่เขตที่ทำงานอยุ่ หรือสำนักงานใหญ๋นนทบุรี เบอร์สายด่วน 1506 โทรได้ตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยมีเงื่อนไขเบื้องต้นดังนี้
เงินบำเหน็จชราภาพ คือ เงินที่จะได้รับเป็นเงินก้อนใหญ่เพียงแค่ครั้งเดียวเมื่อผู้ประกันตนเกษียณอายุ
เงื่อนไขการรับเงินบำเหน็จชราภาพ
1.จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน หรือ 15 ปี
2. สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
3. มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย
เงินบำนาญชราภาพ คือ เงินที่จะทยอยจ่ายเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต
เงื่อนไขการรับเงินบำนาญชราภาพ
– จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า180 เดือน ไม่ว่าระยะเวลา 180 เดือนจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม
– มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
– ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
รบกวนเพื่อความชัดเจนในส่วนของข้อมูลและรายละเอียดรบกวนลูกจ้างประสานไปให้ข้อมูลที่ละเอียดและมีความชัดเจนครบถ้วนกับหน่วยงานที่แจ้งไว้ จะได้อำนวยความสะดวกกับลูกจ้างได้มากยิ่งขึ้นคะ
เรียนคุณ นันทกา
หากกรณีเงินที่ผู้สอบถามหมายถึงเงินชดเชยนายจ้างต้องจ่ายทันทีหลังจากวันสิ้นสภาพการทำงานหรือหลังวันครบกำหนดเกษียนอายุการทำงานค่ะ
ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมให้ติดต่อสอบถามพนักงานตรวจแรงงาน โดยท่านสามารถติดต่อกรมได้หลายช่องทางครับ 1. สายด่วน 1546 (ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.) 2. สายด่วน 1506 กด 3 (ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.) 3. ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/กรุงเทพฯ ได้จากเว็บไซต์กรม (www.labour.go.th) เมนู ติดต่อกรม เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หรือจังหวัดที่ท่านอาศัยอยู่ (ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 16.30 น.) 4. ช่องทางการยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) https://eservice.labour.go.th/
เรียนคุณ นันทกา
หากกรณีเงินที่ผู้สอบถามหมายถึงเงินชดเชยนายจ้างต้องจ่ายทันทีหลังจากวันสิ้นสภาพการทำงานหรือหลังวันครบกำหนดเกษียนอายุการทำงาน ค่ะ
รายละเอียดเบอร์โทรศัพท์และที่ตั้งสำนักงาน เพื่อติดต่อ พนักงานตรวจแรงงาน มีดังนี้ค่ะ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
หรือ ช่องทางการยื่นคำร้องออนไลน์ (24 ชม.) https://eservice.labour.go.th/
ท่านสามารถศึกษาขั้นตอนตามวิดีโอนี้
เรียน คุณ tewpty
การปรับลดค่าจ้างเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง ดังนั้น หากลูกจ้างไม่ยินยอม นายจ้างไม่สามารถกระทำได้ ทั้งนี้ หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านสามารถยื่นคำร้องเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
ต่อพนักงานตรวจแรงงานที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2 หรือ
4) สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-service (ยื่นคำร้อง คร.7) ได้ที่ http://eservice.labour.go.th (24 ชั่วโมง)
เรียน คุณ ประภัสสร สุขม่วง
กรณีลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ หรือติดเชื้อ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโควิด-19 จำต้องรับการตรวจรักษา หรือชันสูตรทางการแพทย์ ให้นายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างใช้สิทธิลาป่วยหรือสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามกฎหมายหรือตามที่ตกลงกัน และเพื่อประโยชน์ในการป้องกันหรือควบคุมโรคที่อาจเกิดขึ้นกับสถานประกอบกิจการของนายจ้าง นายจ้างอาจตกลงกับลูกจ้างให้หยุดงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างตามหลักสัญญาต่างตอบแทน (No Work No Pay) หรือให้หยุดงานโดยจ่ายค่าจ้างตามจำนวนตามที่ตกลงกับลูกจ้างตลอดระยะเวลาที่หยุดงาน
ทั้งนี้ หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านสามารถติดต่อ
สอบถามพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดังนี้
1) สายด่วน 1506 กด 3
2) สายด่วน 1546
3) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด/พื้นที่ที่ท่านทำงานอยู่/ในเขตภูมิลำเนาของท่าน
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2 หรือ
4) สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-service (ยื่นคำร้อง คร.7) ได้ที่ http://eservice.labour.go.th (24 ชั่วโมง)
เรียน คุณเอก 292073
เนื่องจากกรณีนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ซึ่งไม่เป็นคุณกับลูกจ้าง หากลูกจ้างไม่ยินยอมก็สามารถยืนยันสภาพการจ้างเดิมได้
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m1
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด
https://www.labour.go.th/index.php/contact/contact-m2
เรียน คุณ Papat 292378
จากข้อมูล ลูกจ้างสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับค่าจ้างที่ได้รับไม่เป็นไปตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำได้
สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง โทร. 038-694117-9
ปอ 292184
เบื้องต้นควรแจ้งให้นายจ้างทราบถึงความเสี่ยง และสังเกตอาการของตนเอง
หากมีความผิดปกติ ควรตรวจให้ทราบผลแน่ชัด
หากติดเชื้อจริง สามารถใช้สิทธิลาป่วยได้ตามกฎหมายกำหนดโดยได้รับค่าจ้าง
เรียนคุณฉัตรฤดี 291438
กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างสามารถลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยนายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยให้ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งกฎหมายกำหนดคุ้มครองและให้สิทธิทั้งลูกจ้างรายเดือนและรายวัน ดังนั้นลูกจ้างมีสิทธิใช้วันลาป่วย 10 วันตามเอกสารรับรองจากแพทย์ และได้รับค่าจ้างในวันลาป่วย หากเมื่อถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้างแล้ว นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างไม่ครบโดยไม่จ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยด้วย ให้ลูกจ้างใช้สิทธิร้องทุกข์กับพนักงานตรวจแรงงานได้ โดยมี 2 ช่องทาง (ให้เลือกทางใดทางหนึ่ง) คือ 1. ร้องทุกข์ผ่านระบบออนไลน์ที่ลิ้งค์ https://eservice.labour.go.th/
โดยสามารถศึกษาขั้นตอนการยื่นคำร้องตามวิดีโอนี้
หรือ
2. หากสะดวกให้ไปเขียนคำร้องทุกข์ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด (ขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงานของลูกจ้าง เช่น ทำงานในจังหวัดปทุมธานี ให้ไปเขียนที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดปทุมธานี หรือหากไม่สะดวก สามารถร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานฯ ที่ลูกจ้างสะดวกได้ทั่วประเทศ)